หลินชิงเวยเหลือบตามองเขาครั้งหนึ่ง “ท่านแน่ใจว่าท่านเป็นท่านหมอ?”
เซียวเยี่ยนเดินเข้ามากล่าวว่า “นำมาให้เปิ่นหวางดู” เขามองด้วยสายตาเรียบเฉย จากนั้นอ่านตัวอักษรบนเทียบยานั้นออกมาทีละตัว ให้ท่านหมอเขียนใหม่อีกครั้ง “หงเถิง[1] ปั้นจือเหลียน[2] อย่างละครึ่งตำลึงเงิน ไป๋โถวเวิง[3]ครึ่งตำลึงเงิน หญ้าลิ้นงูสองตำลึงเงิน…”
เขายิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่านี่คือสตรีที่เต็มไปด้วยปริศนานางหนึ่ง ดูมือของนางขณะฝังเข็มนั้นไร้ความลังเลใจ ไม่รู้ว่าความมั่นใจที่ปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้นมาจากที่ใดกัน ทว่ากลับทำให้ผู้คนมิอาจเลื่อนสายตาไปได้ ยังมีตัวอักษรของนางอีก ลายมือตวัดไปมาราวกับต้นหญ้าไม่เหมือนตัวอักษรที่เขียนโดยสตรีอายุสิบหกปีนางหนึ่ง
เมื่อคัดลอกเทียบยาเรียบร้อยแล้วหมอหลวงกล่าวว่า “นี่ นี่…เทียบยาลักษณะเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนนี่นา…”
หลินชิงเวยบีบนวดหน้าผาก อธิบายอย่างอดทนว่า “ไม่เคยได้ยินมาก่อนใช่หรือไม่ เช่นนั้นท่านมานี่ ข้าถีบท่านสักสองหนแล้วค่อยบอกกับท่าน”
การแพทย์แผนจีนทั้งล้ำลึกและกว้างขวาง มิใช่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจากรุ่นสู่รุ่นหรือ คนผู้นี้กลับบอกว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนช่างเป็นเรื่องขายหน้าบรรพบุรุษโดยแท้จริง
เมื่อหลินชิงเวยหันกายจะเดินไป หมอหลวงปาดเหงื่ออีกครั้ง “ครึ่งชั่วโมง…หมายถึงครึ่งชั่วยามใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยไม่ได้หันกลับไปทว่าตอบอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ครึ่งของครึ่ง”
ออกมาจากตำหนักบรรท