“ดังนั้นเจ้าจึงคบชู้สู่ชาย” เขาไม่รู้ว่าสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตนในยามนี้เป็นคนอย่างไร นางเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยสีหน้าท่าทางไม่ยี่หระ รอยยิ้มของนางนั้นงดงามจนมิอาจหาจุดบอดเพื่อโจมตีได้ เขาจึงอดรนทนไม่ได้ที่จะเอ่ยคำพูดไม่น่าฟังออกมา ด้วยต้องการที่จะทำลายรอยยิ้มอันได้ใจของนาง ทำลายความเคารพต่อตนเองของนางลง เขาปรารถนาจะดูว่าเมื่อนางถูกทำลายความมั่นใจ และถูกดูหมิ่นดูแคลนจบแทบจะกระอักจนตายนั้นจะมีท่าทีอย่างไร
ทว่าน่าเสียดายที่เขาคงต้องผิดหวัง
หลินเชิงเวยพูดต่อจากเขาว่า “ถูกต้อง ชายชู้คนนั้นของข้าไร้ซึ่งความรับผิดชอบ เรื่องพรรค์นี้ตบมือข้างเดียวย่อมไม่อาจดังได้ ชายชู้กลับดียิ่งนัก กินความหวานจากอ้อยจนเหลือแต่ซากแล้วก็หลบหนีไป ทำให้สตรีเช่นข้าต้องถูกประณามด่าทอ ทั้งยังถูกส่งเข้ามาในตำหนักเย็น คิดดูแล้วยังรู้สึกน่าเวทนายิ่งนัก” นางยิ้มจนตาหรี่ลงขณะมองเซียวเยี่ยน ดวงตาทั้งคู่ของเขาเรียวยาว ช่างถือกำเนิดมาพร้อมกับรูปโฉมงดงามยิ่งนัก ดวงตาคู่นั้นราวกับบ่อน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “ลำดับต่อมา ท่านบอกว่าข้าเสื่อมเสียชื่อเสียง ใครบ้างไม่รู้ว่าข้ามีชายชู้ เวลานี้เพิ่งจะมาทำตัวราวกับเป็นดอกบัวขาวเช่นสตรีผู้มีคุณธรรม ท่านคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่? ดังนั้นเหตุใดข้าจึงไม่อาจทำตัวตามใจตนได้ ต่อให้ข้าไร้ขอบเขตยิ่งกว่านี้ ท่านอ๋องมิใช่รีบตามมาถึงที่นี่หรอกหรือไร?”
เซียวเ