หลินชิงเวยมองตาเขาอยู่อึดใจหนึ่งแล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า “ดูเหมือนท่านจะผิดหวังเล็กน้อย ที่เวลานั้นเพียงแต่ส่งข้าเข้าตำหนักเย็นทว่ามิได้สังหารข้า”
เซียวเยี่ยนยกขายาวเรียวของตน ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้นางทีละก้าว เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งนั้นเขาได้ยืนอยู่ใต้ชายคาเรือนเดียวกับนาง ความรู้สึกกดข่มบีบคั้นที่ส่งผ่านมาจากเขานั้นชัดเจนยิ่งนัก หลินชิงเวยก้าวถอยหลังไปเองอย่างมิรู้เนื้อรู้ตัว กระทั่งแผ่นหลังชนกับกำแพง เงาร่างอันสูงใหญ่ของเขาบดบังนางทั้งร่าง ทำให้พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันยิ่งยวด
น้ำเสียงที่เอ่ยในลำคอของเซียวเยี่ยนแฝงไว้ด้วยความหมายอื่น “เวลานี้แม้เปิ่นหวังจะเสียใจ แต่ก็ยังไม่สาย”
ทั้งๆ ที่เป็นคำพูดข่มขู่ที่เต็มไปด้วยอำนาจ ทว่าหลินชิงเวยฟังแล้วกลับรู้สึกจั๊กจี้หูอย่างยิ่ง นางดูเหมือนจะมัวแต่ชื่นชมน้ำเสียงของชายหนุ่ม เหมือนกำลังฟังเสียงเสนาะจากสายธนูอย่างไรอย่างนั้น
หลินชิงเวยมองเขาอย่างละเอียด แม้จะมีหน้าตาคมสัน ทว่าท่าทีกลับเย็นชา ดูไปแล้วอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบกว่าปี ต่อให้ท่าทางของเขาดุดันกว่านี้ก็ไม่อาจทำให้นางตกใจได้
ข้าไม่ได้เป็นคนที่ถูกทำให้ตกใจจนโตเสียด้วย
แต่หลินชิงเวยยิ่งมองดูเขา ยิ่งบังเกิดความพึงพอใจ
รอยยิ้มของหลินชิงเวยสว่างไสวเจิดจ้าและไร้เดียงสา แต่ที่จริงแล้วมีความคิดร้ายกาจอยู่เต็มท้อง นางกล่าวว่า “ข้ารู้ ข้าย่อมรู้ดีว่าท่านอ๋องมีอำนาจสูงสุดในการที่จะตัดสินใจสังหารข้า ไม่แน่ว่า