วันใดที่ท่านอ๋องเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา ศีรษะของข้าคงต้องโยกย้ายไปที่อื่น แต่หากต้องการสังหารข้า เหตุใดต้องให้ท่านอ๋องลงมือด้วยตนเองด้วยเล่า แล้วเหตุใดต้องให้ท่านอ๋องมาที่นี่ด้วยตนเองอีกครั้ง” นางยกมือขึ้นหมายจะวางลงเบาๆ บนอาภรณ์ของเซียวเยี่ยน ทว่ากลับถูกเซียวเยี่ยนรั้งมือของนางเอาไว้
มือของนางอ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูก ผิวนั้นทั้งละเอียดและลื่นมือ ฝ่ามือของเซียวเยี่ยนทั้งหนาและอบอุ่น กลางฝ่ามือของเขามีไตแข็งๆ ชั้นหนึ่ง ทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนฝึกยุทธที่ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยง่าย
เซียวเยี่ยนออกแรงราวกับต้องการบีบกระดูกนิ้วของหลินชิงเวยให้แหลกละเอียด ช่างเป็นชายหนุ่มที่ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาแม้แต่น้อย ดูสายตาเช่นนั้นของเขา ไม่เพียงแต่มือนางเท่านั้น เขาแทบจะทนไม่ได้ที่จะบีบนางทั้งร่างให้กลายเป็นท่อนๆ
ความเจ็บปวดส่งผ่านมือของหลินชิงเวย กลับทำให้รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้านั้นยิ่งกระจ่างขึ้นราวกับท้าทาย เรือนร่างในวัยดรุณีน้อยของนางงดงามยิ่งยวด กลิ่นกายของนางนั้นทำให้ผู้คนหวั่นไหว ไม่ใช่กลิ่นที่เกิดจากผงชาดที่หญิงสาวในวังใช้กัน แต่เป็นกลิ่นหอมบางๆ ที่ปะปนมากับกลิ่นสมุนไพร เสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อหยาบและกระโปรงผ้าฝ้ายที่อยู่บนร่างกายของนางกลับมิอาจบดบังผิวพรรณอันผุดผ่องของนางเอาไว้ได้
หลินชิงเวยบิดมือของตน “ท่านอ๋องทำให้ข้าเจ็บแล้ว”
เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบคำนาง นางจึงค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมอง พบว่าเ