ซียวเยี่ยนกำลังหลุบตาลงต่ำ หยุดอยู่บนเรือนร่างของตนบริเวณที่สาบเสื้อทบกันที่ปรากฏให้เห็นกระดูกไหปลาร้าเพียงครึ่งๆ จอนผมของนางที่ระไปตามลำคอ ทำให้ช่วงลำคอของนางยิ่งดูระหงและงดงามกระจ่างตาขึ้นไปอีก
แม้ว่าสายตานั้นจะมีเพียงชั่วระยะเวลาสั้น แต่หาได้รอดพ้นไปจากสายตาของหลินชิงเวย นางหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย “ท่านอ๋องมองลำคอของข้า ดวงตานั้นเบิกกว้าง ด้วยกำลังถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นหรือไร”
คำพูดเช่นนี้เมื่อออกมาจากปากของสตรีนางหนึ่ง…ช่างเป็นคำพูดไร้ยางอายที่สมควรตายยิ่งนัก
นาทีนั้นสายตาของเซียวเยี่ยนราวกับเดือดดาลถึงที่สุด เขากล่าวว่า “ขอเพียงเป็นสตรีที่ต้องการจะยืนหยัดในตำหนักใน ย่อมต้องเรียนรู้ที่จะเป็นสตรีผู้อยู่ในคุณธรรม มิใช่เป็นเช่นหญิงไร้ยางอายอย่างเจ้า คำพูดและการกระทำไร้ขอบเขต”
หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองมือของเซียวเยี่ยนที่กุมมือของนางเอาไว้ แล้วกล่าวเสียงต่ำว่า “ท่านดูสิ ท่านจับมือของข้าจนมิอาจหักใจปล่อยได้ ยังบอกว่าไม่รู้สึกอะไรกับข้าอีก”
สายตาของเซียวเยี่ยนเต็มไปด้วยความรังเกียจและขยะแขยง เขารีบปล่อยมือของนางทันควัน นางจึงกล่าวขึ้นอีกว่า “ก่อนอื่น ข้าไม่ได้เต็มใจที่จะเข้าวังมา ได้ยินว่าข้าถูกบิดารังเกียจ ถูกน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องวางแผนจึงถูกจับใส่เกี้ยวเข้าวังมาแต่งงานแทน ฮ่องเต้เพิ่งจะอายุสิบสามปี อายุน้อยกว่าข้าสามปี เขายืนก็ยังยืนขึ้นมาไม่ได้ อย่าว่าแต่จะทำอันใดเลย ที่เข้าวั