ยี่ยนหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง เอาเถิด เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับนาง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เขาจึงกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าเองรู้ตัวดีว่าไร้ศีลธรรม เหตุไฉนจึงไม่อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน นี่เจ้ากลับกำเริบเสิบสานขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้าวางยาพิษฮ่องเต้”
หลินชิงเวยกระพริบตาปริบๆ “ไร้ศีลธรรม? นี่ แม้พี่สาวจะไม่ได้เป็นคนดีเท่าเหลยเฟิงที่พบหญิงชราแล้วต้องเข้าไปประคองนางข้ามถนน แต่อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับไปผลักหญิงชราเพื่อซ้ำเติม ท่านกล้าสงสัยศีลธรรมในตัวพี่สาวเช่นนั้นหรือ?” หลินชิงเวยตวัดสายตามองเซียวเยี่ยนขึ้นๆ ลงๆ อย่างประเมินในที สายตานั้นเปี่ยมไปด้วยความดูถูกดูแคลน ส่งผลให้หน้าอกของเซียวเยี่ยนกระเพื่อมขึ้นลงด้วยหายใจหอบแรงจากโทสะ ถูกต้อง นั่นคือสายตาดูถูกดูแคลน อยู่มาจนถึงบัดนี้ยังมิมีผู้ใดกล้าดูถูกดูแคลนเขาเยี่ยงนี้ นางกล่าว “เอาเถิด ศีลธรรมของข้า ไม่จำเป็นต้องให้ท่านอ๋องมาออกความเห็น อีกทั้งเรื่องที่ฮ่องเต้ทรงต้องพิษ ท่านอ๋องบอกว่าข้าวางยาฮ่องเต้ สวรรค์ ข้าถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นทั้งวัน แม้กระทั่งหน้าตาของฮ่องเต้เป็นอย่างไรข้าก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ท่านบอกว่าข้าวางยาฮ่องเต้?”
เซียวเยี่ยนรู้ว่านางเจตนาจะทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต
เซียวเยี่ยนกล่าว “วันนั้นเปิ่นหวางมาที่นี่ หลังจากกลับไปพบฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็ล้มป่วยไม่ดีขึ้นอีกเลย เจ้ายังกล้าพูดว่าไม่ใช่เจ้า?”
หลินชิงเวยพูดยิ้มๆ “เซ่