ั้นคงถึงคราต้องเปลี่ยนผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรเสียแล้ว
ครั้งนี้ผู้ที่มามีเพียงเซียวเยี่ยน องครักษ์ไม่ได้ติดตามมาด้วย ครานี้นับได้ว่าบนใบหน้าของเขาปรากฏอารมณ์และความรู้สึกอยู่บ้าง เมื่อเขาก้าวเข้ามายืนอยู่ในเรือนหลังเล็กของหลินชิงเวยนั้น หลินชิงเวยกำลังเก็บข้าวของในห้อง เมื่อได้ยินเสียงเรียกของซินหรูนางจึงค่อยๆ ก้าวออกมาจากห้อง
ในเวลานี้แสงจากท้องฟ้าส่องสว่างเจิดจ้า ครอบคลุมเรือนหลังเล็กในตำหนักเย็น ทำให้ดูไปแล้วไม่มีบรรยากาศเข้มงวดเคร่งครัดเช่นยามปกติ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ในเรือน ทำให้แสงแดดรอบกายนั้นดูเบาบางลง ทว่าพลังที่แผ่กำจายออกมาจากร่างของเขานั้นกลับเยือกเย็น บนศีรษะด้านหลังของเขามีหยกชิ้นหนึ่งรวบเส้นผมดำขลับเอาไว้ สีหน้าและรูปหน้าของเขาปรากฏชัดเจน ดวงตาหงส์คู่นั้นนิ่งลึกราวกับบ่อน้ำที่มองไม่เห็นก้น ลึกเสียจนน่าตกใจ
หลินชิงเวยยืนอยู่ใต้ชายคาเรือน ดวงตาทั้งคู่ค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี “เซ่อเจิ้งอ๋องมาที่นี่อีกครั้ง ดูเหมือนท่านจะกำลังโกรธเคืองอย่างยิ่ง” เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบ นางจึงกล่าวสืบไป “ข้าได้ยินขันทีและองครักษ์ที่เฝ้าประตูพูดกันแล้วว่าฝ่าบาททรงประชวรหนัก เวลานี้ดูเหมือนโชคลาภวาสนาของเซ่อเจิ้งอ๋องจะมาถึงแล้ว”
เซียวเยี่ยน “เป็นฝีมือของเจ้าจริงๆ”