วยมีท่าทีตื่นตะลึง ราวกับเป็นผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม “มิน่าเล่า แม้นกพิราบเหล่านั้นจะผอม แต่เนื้อของมันกลับมีรสชาติอันโอชะ ที่แท้เป็นพิราบสื่อสาร พวกมันบินผ่านหลังคาเรือนของข้าในเวลาพลบค่ำทุกวัน ช่างทำให้ผู้คนเกิดความละโมบ”
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะชดใช้อย่างไร?”
หลินชิงเวยกล่าว “ท่านอ๋องปรารถนาให้ข้าชดเชยอย่างไรเล่า?” นางพูดแล้วก็ยื่นปลายนิ้วออกไปหมายจะแตะไหล่ของเซียวเยี่ยน แต่จนใจที่เขาสูงเหลือเกิน นางจำเป็นต้องเขย่งปลายเท้าจึงจะแตะไหล่ของเขาได้ ร่างของนางค่อยๆ เข้าใกล้เขา ทำทีเหมือนจะแตะต้องเขาและพูดว่า “ไม่สู้ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้าออกจากตำหนักเย็นก่อน แล้วข้าค่อยชดเชยให้ท่านอ๋องอย่างดี?”
เซียวเยี่ยนเห็นรอยยิ้มบนใบหน้านาง เห็นท่าทีเป็นธรรมชาติของนาง ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ในวัยสิบหกปีที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรอบของกุลสตรีที่ดี
องครักษ์คุ้มกันเจ้านายอย่างจงรักภักดี จึงกล่าวขึ้นทันทีว่า “หลินซื่อบังอาจนัก ห้ามเสียมารยาทต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋อง!”
สตรีชื่อเสียงด่างพร้อยคนหนึ่ง ถึงกับกล้าเกี้ยวเซ่อเจิ้งอ๋อง จะไม่สมควรตายได้อย่างไร
สายตาของหลินชิงเวยเยียบเย็นขณะกล่าวว่า “หากสายตาของเจ้ายังพอจะมีแววอยู่บ้างก็สมควรจะหัดเรียนรู้เช่นซินหรูของข้า รู้จักถอยออกไปด้วยตนเอง” นางก้าวถอยหลังไปสองก้าว พลางละมือออกจากไหล่ของเซียวเยี่ยน “หากต้องการให้ชดใช้จริงๆ ข้าก็ยินดีชดใช้ แต่…” นางหันข้างกลับมามองเซ