ขณะที่องครักษ์โกรธจนแทบจะกระอักออกมาเป็นโลหิต น้ำเสียงที่พูดออกมาจึงเต็มไปด้วยความดุดัน “หลินซื่อ นางสนมผู้มีความผิดช่างบังอาจนัก! เจ้ารู้หรือไม่ว่าพิราบสื่อสารที่เจ้ากำลังกินอยู่นั้นเป็นของใคร เซ่อเจิ้งอ๋องประทับอยู่ที่นี่ เจ้าถึงกับบังอาจเสียมารยาทต่อเซ่อเจิ้งอ๋องเช่นนี้!”
ซินหรูไม่ได้ใส่ใจว่าเซ่อเจิ้งอ๋องเป็นใคร แต่นางเคยได้ยินชื่อของเซ่อเจิ้งอ๋องมาก่อน จึงได้แต่คุกเข่าลงไปอย่างหวาดกลัวพร้อมกับเอ่ยวิงวอนว่า “พี่สาว…พี่สาวนางไม่ได้เจตนาเจ้าค่ะ นางเพียงแต่ต้องการบำรุงร่างกายให้บ่าวจึง จึง…”
“เซ่อเจิ้งอ๋อง?” หลินชิงเวยค่อยๆ ยืนขึ้นมา เมื่อเปรียบเทียบกับเซียวเยี่ยนแล้วรูปร่างของนางดูบอบบางกว่ามาก นางค่อยๆ เดินเข้ามาหาเซียวเยี่ยน เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่บนร่างกายเป็นกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อหยาบชั้นเลวที่สุด ใบหน้านั้นฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเล็กๆ เพิ่งจะกัดเนื้อพิราบย่างมายังมีคราบน้ำมันติดอยู่ หน้าตาดูสดชื่นแจ่มใส ดวงตาของนางโค้งลงเมื่อพูดกับเซียวเยี่ยน “ที่แท้ท่านคือเซ่อเจิ้งอ๋อง รูปงามจริงๆ”
ในยุคสมัยโบราณยังมีชายหนุ่มรูปงามเช่นนี้ เรื่องนั้นถือว่านางไม่เสียเปรียบก็แล้วกัน
สีหน้าท่าทางราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของหลินชิงเวย อีกทั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกลมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เซียวเยี่ยนหรือจะให้โอกาสนางสืบหาเรื่องราวของตน นอกจากสายตาเย็นชาสุดขั้วแล้วไม่มีความร