ู้สึกอื่นใดทั้งสิ้น
องครักษ์ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก : นาง นางกำลังท้าทายและยั่วยวนเซ่อเจิ้งอ๋องทั้งที่อยู่ในเวลากลางวันแสกๆ เช่นนี้หรือ?
ต่อมาหลินชิงเวยหัวเราะจนตาหยี “พวกเราเคยพบกันที่ไหนมาก่อนหรือไม่?”
ความคิดขององครักษ์สับสนยุ่งเหยิง : ยั่วยวนมิสำเร็จ เริ่ม เริ่มจะทอดสะพานให้แล้ว! มิน่าเล่า นางจึงถูกส่งมาอยู่ในตำหนักเย็น ที่แท้แล้วนางเป็นสตรีไร้ยางอายนี่เอง!
เซียวเยี่ยนยังคงไม่ตอบวาจานางอยู่นั่นเอง
นางมองใบหน้าไร้พิรุธของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถอนสายตากลับมาแล้วพยักหน้ากับตนเองโดยไม่หันกลับไปมองอีก “ข้าเพียงแต่รู้สึกคุ้นเคยกับความสูงและรูปร่างของเซ่อเจิ้งอ๋องเล็กน้อย คิดดูแล้วคงเป็นข้าเองที่จำคนผิด” นางหันไปมองนกพิราบย่างในมืออีกครั้ง เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เช่นนั้นเวลานี้พวกเรามาพูดคุยเรื่องนกพิราบได้แล้ว ซินหรู เจ้าลุกขึ้นมาก่อนแล้วเข้าไปในเรือน”
ซินหรูคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่ขยับ “บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ” นางไหนเลยจะเคยพบเห็นบุคคลสำคัญเช่นนี้มาปรากฏกายที่นี่ อีกทั้งหญิงสาวเหล่านั้นในตำหนักเย็นล้วนควบคุมความเป็นความตายของนางเอาไว้อย่างง่ายดาย ประสาอะไรที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ถึงกับเป็นเซ่อเจิ้งอ๋องเล่า
สุดท้ายหลินชิงเวยเอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า “ข้างหลังห่างจากเจ้าไม่ถึงหนึ่งคืบมีงูเขียวอยู่ตรงนั้นตัวหนึ่ง หากเจ้ายังไม่ลุกขึ้นมามันจะรัดข้อเท้าของเจ้าให้แล้ว”
“อ๊า” ซ