ียวเยี่ยน “ท่านอ๋องต้องพิสูจน์ให้เห็นเสียก่อนว่านกพิราบเหล่านี้เป็นของท่านอ๋องจริงๆ”
“เจ้า…” องครักษ์โมโหจนพูดไม่ออก
นางกินสิ่งของของผู้อื่นแล้ว ยังกล้าที่จะให้ผู้อื่นพิสูจน์ความจริงอย่างมีเหตุผลอีก
หลินชิงเวยเอียงคอหรี่ตามองเซียวเยี่ยนและถามอีกว่า “บนตัวของนกพิราบเหล่านั้น ได้ประทับตราชื่อของท่านอ๋องไว้หรือไม่?”
เซียวเยี่ยนมีใบหน้าเย็นชายิ่งยวด “นี่เจ้ากำลังจะสร้างความวุ่นวาย”
หลินชิงเวยยอบกายลง “ท่านอ๋องอย่าได้เห็นเป็นอื่น นี่เป็นเพียงการร้องขอความจริงเท่านั้น”
ต่อมาเซียวเยี่ยนยื่นปลายนิ้วเข้าไปในปากแล้วบีบเพื่อผิวปากครั้งหนึ่ง เพียงไม่นาน นกพิราบที่เหลืออยู่เพียงหกตัวนั้นก็บินกลับมาอย่างเป็นระเบียบ มาหยุดอยู่ในเรือนของหลินชิงเวย ได้ยินองครักษ์เอ่ยขึ้นว่า “พวกมันเชื่อฟังเพียงคำสั่งของท่านอ๋องเท่านั้น ครานี้เจ้าคงจะเชื่อได้เสียทีกระมัง”
รอยยิ้มในดวงตาของหลินชิงเวยกดลึกขึ้นอีก นางหันไปกล่าวกับเซียวเยี่ยน “ข้าคิดว่าท่านน่ารักขึ้นกว่าเดิมอีก”
เซียวเยี่ยนรู้สึกตัวเนิ่นนานแล้วว่าเขากำลังถูกหลินชิงเวยจูงจมูก แต่เขาอยากจะดูว่า นางต้องการทำอะไรกันแน่
เซียวเยี่ยนถาม “เวลานี้เจ้าเชื่อแล้วใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยกล่าว “ข้ารู้แต่ว่ามีอาชีพอย่างหนึ่งเรียกว่าครูฝึกสัตว์ บรรดาสัตว์ต่างๆ จะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับสัญญาณที่ครูฝึกสั่งการ” นางหลุบตาลงมองพิราบสื่อสารที่อยู่ในเรือนตนอย่างมิเกรงกลัวอันตราย