“อืม” สีหน้าท่าทางขี้เล่นและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลินชิงเวยค่อยๆ เลือนหายไป ทว่ายังคงมีรอยยิ้มจางๆ บริเวณหางตา นางพรูลมหายใจโล่งอกออกมา
หากมิใช่นางใช้ไหวพริบในการหันกายกลับมาจุดตะเกียงในห้อง คิดว่าเขาคงไม่ยอมจากไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ ดูแล้วเขาเองก็มิปรารถนาจะให้คนจดจำได้เช่นกัน
เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเช่นนี้เถิด หลินชิงเวยเองมิได้คิดจะตามราวีไม่เลิกรา ครั้งก่อนนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างสุดวิสัยจริงๆ ไม่ได้หมายความว่านางคลั่งไคล้ในตัวบุรุษมากมายเช่นนั้น
แต่นางไม่กระจ่างแจ้งอยู่บ้าง เพราะคนที่ควรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่าควรจะเป็นนางมิใช่หรือ ชายหนุ่มคนนั้นถือดีอย่างไรจึงมีท่าทีโมโหโกรธเคืองยิ่งกว่านาง
เพื่อป้องกันมิให้มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนในยามค่ำคืน หลินชิงเวยจึงจุดตะเกียงทิ้งเอาไว้ในขณะที่พักผ่อนนอนหลับเสมอ เรือนที่นางแยกมาอยู่เพียงลำพังนี้มักจะมีงูและแมลงออกมาปรากฏกายเสมอ มีกลิ่นเครื่องหอมจางๆ ลอยอยู่ในมวลอากาศ นั่นเป็นสิ่งที่งูชอบที่สุด แต่พวกมันไม่กล้าเข้ามาในเรือน ด้วยรอบๆ ห้องในรัศมีสามฉื่อ[1] หลินชิงเวยได้สาดยาผงป้องกันงูและแมลงไว้แล้ว ทำให้งูและแมลงทั้งหมดต้องล่าถอยและออกห่าง ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงอยู่ในบริเวณลานเรือนด้านนอกเสมือนผู้อารักขา
เนิ่นนานเข้าหลินชิงเวยจึงให้อาหารและป้อนเครื่องหอมของหอมแก่พวกมัน กลับกลายเป็นว่าเจ้าสัตว์เหล่านั้นเคยชินที่จะถูกเลี้ยงดูเหมือนสัตว