ภายในเรือนมีเพียงความเงียบสงัด เขาพูดขึ้นว่า “ต่อให้ข้าไม่ลงมือสังหารเจ้าด้วยตนเอง หากอยู่ที่นี่ย่อมมีวิธีการตายมากมายที่เจ้าคิดไม่ถึง”
“ท่านช่างใจจืดใจดำจริงๆ กลืนกินความหวานจนสิ้นซากแล้วไม่ว่า ยังถึงกับหลบหนีความผิดอีก น่าเสียดายที่วันรุ่งขึ้นเมื่อไทเฮาเสด็จมานั้นไม่อาจจับชายชู้ของข้าได้ หาไม่แล้วท่านกับข้าจะต้องถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นด้วยกันเป็นแน่ หากเป็นเช่นนั้นไม่ใช่ความสุขหรือ?” หลินชิงเวยกล่าวอีก “ท่านดูตัวท่านสิ ช่างใจคอโหดเหี้ยมนัก หรือท่านยังคิดจะสังหารข้าจริงๆ?”
เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็นแล้วพูดว่า “บุตรสาวคนโตของจวนมหาเสนาบดีหลินเป็นสตรีที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถและรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นสตรีผู้มีคุณธรรม แต่คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนี้ การต้องไว้ชีวิตเจ้าเป็นเรื่องที่ทำให้สกุลหลินอับอายขายหน้าไปอีกเนิ่นนาน”
หลินชิงเวยกลับมีท่าทีไม่ยี่หระ นางพูดเสียงสูงอย่างท้าทายว่า “ละอายแก่ใจ? นั่นมันคืออะไรกัน? ท่านแย่งชิงสิ่งล้ำค่าที่สุดสำหรับลูกผู้หญิงของข้าไปแล้วยังมาว่ากล่าวว่าข้าไร้ยางอาย หรือท่านรู้?” นางเอนกายแนบชิดเขา กลิ่นกายของนางเป็นกลิ่นประจำตัวอันปราศจากเครื่องประทินโฉมนั้นกรุ่นกลิ่นปะปนมากับลมหายใจของนาง ร่างอรชรอ้อนแอ้นค่อยๆ ทาบลงมากับร่างกายที่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความแนบชิดระหว่างกัน ปลายนิ้วของหลินช