หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “สวรรค์ช่างมีตาจริงๆ ข้ากำลังกลัดกลุ้มอยู่ทีเดียวว่าจะบำรุงร่างกายของเจ้าอย่างไรดี”
ซินหรู “พี่สาว ท่านพูดอะไรเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงแล้วหันไปมองซินหรู “เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนเลี้ยงนกพิราบเหล่านี้?”
ซินหรูส่ายหน้าอย่างซื่อสัตย์ “ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ดูเหมือนพวกมันจะบินมาทางนี้ในเวลาพลบค่ำของทุกวัน น่าจะเป็นเจ้านายในวังหลวงเลี้ยงเอาไว้เจ้าค่ะ”
ดังนั้นค่ำวันนั้น หลินชิงเวยจึงเริ่มทำหน้าไม้อย่างไม่ยอมหลับยอมนอน หน้าไม้ในยุคสมัยโบราณนั้นทำมิง่ายดายเช่นหนังสติ๊กในยุคสมัยปัจจุบัน เพราะขาดชิ้นส่วนของอุปกรณ์ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นหนังยาง ดังนั้นนางจึงได้แต่ทำหน้าไม้ด้วยวัตถุดิบในยุคก่อน ลำดับแรกเลือกใช้ไม้ไผ่ที่มีความยืดหยุ่นมาทำเป็นคันธนู กึ่งกลางของคันธนูนั้นมัดปลอกลูกกระสุนไว้เพื่อสะดวกแก่การยิงออกไป รอกระทั่งทำเสร็จก็เป็นเวลาดึกดื่นเที่ยงคืน ได้ยินเสียงร้องของนกและแมลงจากด้านนอกดังขึ้นเป็นพักๆ
วันรุ่งขึ้น เรื่องสำคัญที่หลินชิงเวยต้องทำก็คือการฝึกซ้อมยิงหน้าไม้ หน้าไม้ที่ทำเสร็จถูกนางนำมาฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อถึงยามบ่ายนางยิงหน้าไม้ได้อย่างคุ้นเคยคล่องแคล่ว ลูกหินเล็กๆ ที่ถูกนางยิงออกไปนั้นขึ้นสู่กลางอากาศได้มากกว่าสามจั้ง[1] ส่วนนกพิราบที่บินผ่านมาในเวลาพลบค่ำเหล่านั้นล้วนบินสูงเพียงความสูงของชายคาเรือนเท่านั้น ซึ่งมีความสูงราวๆ สองจั้งเล็กน้อ