ย ขอเพียงสายตาของนางมีความแม่นยำเพียงพอ ย่อมต้องยิงนกพิราบได้แน่นอน
สองวันแรกหลินชิงเวยกลับคว้าน้ำเหลว กระทั่งถึงวันที่สาม นางจึงยิงนกพิราบได้ตัวหนึ่งในที่สุด
นกพิราบตัวนั้นขาวราวกับหิมะ มันตกลงมาบนพื้นและกระพือปีกพึ่บพั่บ ดูแล้วช่างเป็นนกพิราบที่สวยงามตัวหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่มันถูกหลินชิงเวยถอนขนและทำความสะอาดอวัยวะภายในแล้วโยนลงไปตุ๋นในหม้อ
เมื่อแรกนั้นซินหรูยังเอ่ยขึ้นด้วยความหวาดกลัวอยู่บ้าง “พี่สาว นกพิราบนี้เป็นสัตว์ที่ผู้อื่นเลี้ยงเอาไว้ หากเจ้าของ…มาตามหาถึงเรือนจะทำอย่างไรเล่า?”
หลินชิงเวยสูดดมกลิ่นหอมนั้นพลางกล่าวว่า “ข้ายังกลัวว่าเขาจะไม่มาหามากกว่า”
สุดท้ายแล้วซินหรูก็มิอาจต้านทานกลิ่นหอมน่ากินของเนื้อพิราบตุ๋นหม้อนี้ได้ จึงได้แต่กินลงไปอย่างใจกล้า ซ้ำยังแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะนำกระดูกที่ตนเคี้ยวไปแล้วกลับมาเคี้ยวใหม่อีกครั้ง
การกระทำครั้งแรกนั้นเป็นเรื่องแปลกใหม่ การกระทำครั้งที่สองเริ่มเกิดความชำนาญ หลินชิงเวยจะยิงนกพิราบหนึ่งตัวในเวลาพลบค่ำทุกๆ วัน ในขณะที่ซินหรูเองก็กินนกพิราบเหล่านี้อย่างเอร็ดอร่อยด้วยความรู้สึกผิดในระยะแรกจนกลายเป็นความเคยชินเช่นกัน
เดิมทีฝูงนกพิราบที่บินผ่านชายคาของเรือนนั้นเป็นฝูงใหญ่ แต่เมื่อถูกยิงลงมาวันละตัวๆ เพียงเวลาไม่นานนกพิราบฝูงใหญ่นั้นกลายเป็นฝูงเล็ก ไม่นานต่อมาที่บินผ่านมาทุกวันเหลือเพียงนกพิราบไม่กี่ตัว…
รูปร่างของซินหรูเจริญเติบโตขึ้น