ากจดจำรูปร่างหน้าตาของเขาได้ก็ดี รอให้นางออกจากที่นี่ไปแล้วหากมีวาสนาต่อกันอาจจะยังจดจำกันได้ ทว่าเวลานี้ต่อให้เขาปรากฏกายขึ้น เดินผ่านสวนทางกับนางไปก็มีความเป็นไปได้ว่านางจะคิดว่าเขาเป็นแค่เพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
ขณะที่หลินชิงเวยกำลังคิดเช่นนี้ บุรุษที่อยู่ริมหน้าต่างเห็นแสงเทียนภายในห้องดับลงแล้วจึงเตรียมตัวจะจากไป ทว่าเขายังไม่ทันได้เดินออกจากประตูเรือนกลับต้องหยุดย่างก้าวของตน
ข้างเท้าของเขามีเสียงฟ่อๆ ดังขึ้น ได้ยินน่าสะพรึงกลัวจนทำให้ขนลุกเกรียว
ชายหนุ่มก้มหน้าลงดู สายตาของเขามองทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งในเวลากลางคืน แต่ที่เห็นคือข้างเท้าของเขามีสิ่งของลื่นๆ มันๆ อยู่สองสามตัวกำลังส่งภาษาสื่อสารกันอยู่
ไม่ใช่งูแล้วจะเป็นอะไรได้อีก
ในเรือนที่แยกออกต่างหากหลังนี้กลับมีงู?
เขาพลันกระจ่างแจ้งว่าคำพูดเมื่อสักครู่ที่หลินชิงเวยกล่าวในห้องนั้นหมายความว่าอย่างไร มาอย่างง่ายดายแต่ไม่แน่ว่าจะจากไปอย่างปลอดภัย
ที่นี่ไม่ได้มีงูเพียงตัวเดียว พวกมันไม่เลื้อยเข้าไปในเรือนแต่กลับเลื้อยอยู่ด้านนอก หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น คงต้องตกใจจนวิญญาณหลุดจากร่างเจ็ดส่วนเหลือเพียงสามส่วนแล้ว แต่บุรุษผู้นี้กลับมีสติดียิ่ง เขาเดินพลังลมปราณแล้วเหินกายขึ้นทันที
แต่ขณะที่เขากำลังจะยกปลายเท้าขึ้น เขากลับหยุดชะงักลงอีกครั้ง