บตัว
“เสด็จอา…”
“เสด็จอา…”
เซียวจิ่นเรียกเขาหลายต่อหลายครั้ง เซียวเยี่ยนจึงได้สติคืนมา เขาปล่อยมือที่เท้าคางลง ดูคล้ายกำลังบดบังใบหน้าด้านข้างของตนด้วยมืออีกข้างหนึ่ง สีหน้าบนใบหน้านั้นไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ เมื่อเงยหน้าขึ้น “หืม?”
เซียวจิ่นประหลาดใจอยู่บ้าง “เมื่อสักครู่เจิ้นเห็นเสด็จอาใจลอย เสด็จอากำลังคิดอะไรอยู่?”
เซียวเยี่ยนกล่าวโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว “เจ้าอนุมัติฎีกาหมดแล้วหรือยัง?”
“อนุมัติหมดแล้ว” เซียวจิ่นกล่าว “แต่เรื่องเหล่านี้เจิ้นไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร” ด้านข้างยังมีฎีกาอีกส่วนหนึ่งที่เซียวจิ่นตัดสินใจไม่ได้
เซียวเยี่ยนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ช่างเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่อย่างยิ่ง มือของเขาปัดเสื้อผ้าอาภรณ์ตามความเคยชินแล้วเดินข้ามไปหยิบฎีกามาพลิกเปิดอ่าน เขาอ่านฎีกาไปพร้อมๆ กับที่มืออีกข้างหยิบพู่กันแต้มหมึกสีแดงชาดที่อยู่บนโต๊ะ ข้อกระดูกนิ้วนั้นชัดเจน นิ้วมือของเขาทั้งเรียวยาวและแข็งแรง ท่าทางที่เขาจับพู่กันอย่างเป็นธรรมชาตินั้นราวกับเป็นความงดงามของทัศนียภาพอย่างหนึ่ง เขาจรดพู่กันลงบนฎีกาพร้อมทั้งชี้แนะเซียวจิ่นสองประโยค เมื่อเขาพูดจบฎีกาก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เขาวางพู่กันลง ปลายเล็บที่ถูกตัดเจียนจนกลมมนนั้นสะอาดสะอ้าน แต่ในตอนนี้กลับเปื้อนหมึกสีแดงชาดเล็กน้อย ดูไปแล้วงดงามยิ่งนัก
รอกระทั่งเสร็จสิ้นจากเรื่องของราชกิจ เซียวจิ