กาสรอด”
หมัวมัวอาวุโสใช้สายตาของผู้ที่ผ่านเรื่องราวมามากมายประเมินนาง “นางได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น ไม่รอดหรอก”
หลินชิงเวยมองหมัวมัวอาวุโสอย่างไม่ล้มเลิกความตั้งใจ “ข้าบอกว่านางมีโอกาสรอด นางก็ต้องมีชีวิตรอดสิ”
ต่อมาภายหลังหลินชิงเวยจึงได้รู้ว่า ในส่วนที่ลึกที่สุดของตำหนักเย็นยังมีบุคคลผู้มีความสำคัญคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ อีกทั้งดูจากท่าทีกริ่งเกรงของหญิงสาวคลุ้มคลั่งเหล่านั้นที่มีต่อหมัวมัวอาวุโสท่านนี้แล้วก็รู้ หลินชิงเวยรู้จากปากของหมัวมัวอาวุโสว่าเจ้านายของนางนิยมชมชอบเอาคนมาทดลองโอสถ เช่นนั้นในตำหนักเย็นแห่งนี้จะต้องมีสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมของโอสถต่างๆ มากมาย
เด็กน้อยได้รับบาดเจ็บสาหัส เงื่อนไขประการแรกคือจำเป็นต้องใช้โอสถ
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงมิอาจคิดหน้าคิดหลังอันใดมากมาย ได้แต่ติดตามหมัวมัวอาวุโสไปอย่างหน้าหนา เมื่อไปถึงสถานที่ลึกที่สุดของตำหนักเย็นจึงได้พบกับสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอุดมไปด้วยพืชสมุนไพรนานาชนิด
ราวกับว่าเจ้านายของหมัวมัวอาวุโสอยากจะดูเช่นกันว่าหลินชิงเวยจะช่วยเด็กน้อยคนนั้นให้รอดชีวิตได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงอนุญาตให้นางใช้ยาสมุนไพรที่อยู่ในสวนสมุนไพรอย่างไม่ตระหนี่ นางไม่ต้องอาศัยให้ผู้อื่นนำทาง ทว่ากลับเลือกเก็บยาสมุนไพรเองอย่างเชี่ยวชาญและคล่องแคล่วว่องไว เมื่อไม่มีเวลาต้มยาให้ดื่ม นางจึงฉีกเสื้อผ้าของเด็กน้อยแล้วนำยาสมุนไ