ใดไปชั่วขณะ
หลินชิงเวยใช้ไม้กระบองนั้นจี้ไปที่เอวของหญิงสาวผู้นั้น พร้อมกับกล่าวว่า “ข้าตีลงไปเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ไตของนางพิการได้ หากอาการไม่รุนแรงนางต้องพักรักษาตัวนานนับเดือน ทว่ายากที่จะหายดีดังเดิมได้ หากสาหัสก็ต้องไตพิการจนถึงแก่ชีวิต” นางใช้ไม้กระบองชี้ไปที่บั้นเอวของหญิงสาวผู้นั้นอีก “หากข้าตีลงไปบริเวณนี้ กระดูกสันหลังของนางจะหักทันทีอาการไม่ร้ายแรงคือส่งผลให้ร่างกายท่อนล่างอัมพาต หากสาหัสก็คือไร้ทางรักษาจนถึงแก่ชีวิต หากข้าตีลงไปที่ขา จะทำให้กระดูกหัวเข่าของพวกเจ้าแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี หากตีลงไปบนมือ กระดูกข้อมือก็จะแตกละเอียด หากไม่กลัวละก็ลงมือได้เลย กระดูกของคนเราอยู่ในตำแหน่งใดบ้างข้าชัดเจนกว่าพวกเจ้านัก ข้าอยากจะดูเหมือนกันว่าเป็นไม้กระบองในมือของข้าแข็งหรือร่างกายของพวกเจ้าที่แข็งกัน” หลินชิงเวยเหลือบมองเด็กน้อยที่อยู่บนพื้นและเอ่ยเสียงเย็นว่า “รังแกเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งไร้ทางสู้ นี่นับเป็นความสามารถของพวกเจ้าหรือไร?”
“หากจะโทษก็ต้องโทษที่เด็กต่ำช้าคนนี้ไม่รู้จักกฎเกณฑ์ กินบนเรือนแต่กลับถ่ายรดบนหลังคา” พวกนางกล่าวอย่างเคียดแค้นชิงชัง “ล้วนเป็นเด็กที่เกิดจากสตรีไร้ยางอายทั้งสิ้น คนต่ำช้าจึงจะช่วยเหลือคนต่ำช้าด้วยกัน! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดมารดาของนางจึงต้องเข้ามาที่นี่ มารดาของนางเป็นคนมากตัณหาเช่นเดียวกับเจ้า คบชู้สู่ชายจึงต้องมาอยู่ที่นี่ คนต่ำช้านี้เป็นเชื้อพันธุ