ขาดทำให้นางเจ็บจนชาพร้อมกับเสียงสะดุ้งเฮือก
หยดเหงื่อชุ่มชื้นผ้าปูที่นอน เสื้อผ้าอาภรณ์กลาดเกลื่อนไปทั่วเตียงนอน ทุกสิ่งทุกอย่างยุ่งเหยิง เสียงหอบหายใจของชายและหญิงดังลอดออกมาจากห้องนอนด้านใน มนต์แห่งแสงวสันต์ได้ผ่านพ้นไป
หลินชิงเวยราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน
ในความฝันนั้นทั้งเหมือนจริงและเร่าร้อน
นางรู้สึกได้ถึงร่างกายแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบุรุษ นางรับรู้ได้ถึงเสียงหอบหายใจของบุรุษที่ดังอยู่ริมหู
กล่าวโดยรวมแล้วนับว่ายังสร้างความพึงพอใจให้กับนางได้ ทว่าเวลานี้กลับมีเรื่องราวมากมายที่รอให้นางต้องเผชิญหน้า
เมื่อหลินชิงเวยลืมตาขึ้น บนศีรษะของนางมิใช่มุ้งลายดอกพุดตานของนาง เตียงนอนก็มิใช่เตียงผ้าไหม ห้องนอนที่จัดให้นางในเวลานี้ไร้ซึ่งความหรูหราที่เคยมีมาก่อน เปลี่ยนเป็นความเรียบง่ายอันโดดเดี่ยวอ้างว้าง
ด้านบนของเตียงนอนคือเตียงไม้หลังหนึ่ง มองขึ้นไปอีกคือเสาคานของห้องที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นละอองหนาเขรอะ สิ่งของภายในห้องมีน้อยชิ้นเสียจนน่าเวทนา แม้กระทั่งกระจกสำริดที่หญิงสาวใช้บนโต๊ะเครื่องแป้งล้วนไม่มี
หลินชิงเวยค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นมานั่ง บนร่างของนางสวมเสื้อกันหนาวบางๆ เพียงตัวเดียว ทำให้มองเห็นผิวพรรณใต้เสื้อผ้าอาภรณ์รางๆ บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าของนางยังคงทิ้งร่องรอยบางๆ มิได้เลือนหายไปทั้งหมด นั่นเป็นร่องรอยที่เหลือไว้จากค่ำคืนพิศวาสในคืนนั้นของนาง ต่อมาในวันรุ่งขึ้นไทเฮาได้ทรา