ะไรกับข้า?”
หลินเสวี่ยหรงค่อยๆ ย่อกายลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าหลินชิงเวย มองดูสีหน้าของนางที่เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างช้าๆ ใช้ปลายนิ้วบีบคางของนางเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์เป็นที่สุด “เจ้าคิดว่าเจ้าเข้าวังมาแล้วจะปลอดภัยตลอดชีวิตแล้วหรือไร? เจ้าคิดว่าต่อไปเจ้าจะมีชื่อเสียงลาภยศตลอดชีวิตหรือ? จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน รอให้ข้าแต่งให้เซี่ยนอ๋องเสียก่อน ข้าไม่ปรารถนาที่จะต้องคารวะเจ้าทุกครั้งที่เข้าวัง คนเช่นเจ้าหรือจะคู่ควร?! หลินชิงเวย ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อย่างไม่อาจเงยหน้าอ้าปากได้!” พูดแล้วก็ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกสองส่วนสะบัดคางของหลินชิงเวยออกไป
หลินเสวี่ยหรงพูดอีก “เวลานี้เจ้าคงรู้สึกทรมานมากกระมัง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ร่างกายร้อนรุ่มดังเปลวไฟ เจ้ายังมองไม่เห็นใบหน้าของตนเอง เชอะ หน้าของเจ้าแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความยั่วยวน ท่าทางร่านร้อนยิ่งกว่าหญิงคณิกา” เสียงหัวเราะของนางที่ดังขึ้นภายในเรือนแห่งนี้ช่างบาดหูอย่างที่สุด ทางหนึ่งกลับใช้มือลูบคลำไปตามใบหน้าของหลินชิงเวยอย่างรังเกียจ “นับแต่แต่งเข้าวังมายังไม่มีใครได้แตะต้องเจ้ากระมัง เจ้าวางใจเถิดเพราะนี่เป็นโอสถวสันต์ที่มีฤทธิ์รุนแรงที่สุดในตลาดมืด ต่อให้เป็นสตรีสะอาดบริสุทธิ์เมื่อตกอยู่ภายใต้การควบคุมของโอสถวสันต์นี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นหญิงมากตัณหาได้ และนี่ถึงกับเป็นเจ้า! อีกประเดี๋ยวจะมีคนเข้ามา รับรองว่า