เจ้าจะรู้สึกหวามไหวไปถึงกระดูกและวิญญาณ ไม่ต่างกับขึ้นไปเยือนแดนเซียนเลยทีเดียว! เจ้าจะต้องขอบคุณข้าเป็นแน่”
ลมหายใจของหลินชิงเวยยิ่งหอบกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ หลินเสวี่ยหรงกลับยิ่งกระทำตามอำเภอใจโดยไร้ซึ่งความกริ่งเกรง นางหัวเราะเย้ยหยันด้วยความสาสมใจ แสดงความรังเกียจที่นางมีต่อหลินชิงเวยโดยมิปิดบัง “เจ้าว่าเจ้าโง่เขลาหรือไม่ ข้าได้ซื้อตัวนางกำนัลข้างกายเจ้าให้นำน้ำชามาให้เจ้าตั้งแต่ก่อนเข้าวังมาแล้ว เจ้าไม่ระแวงสงสัยแม้แต่น้อย เช่นนี้จะโทษใครได้เล่า? แต่เจ้าวางใจได้ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าตายไปอย่างง่ายดายเช่นนี้แน่ ข้าจะทำให้เจ้าอยู่มิสู้ตาย ฮ่าๆๆ ให้เจ้าเสื่อมเสียชื่อเสียง ตัวคนพ่ายแพ้ ชื่อเสียงและเกียรติยศถูกทำลายป่นปี้ เมื่อเอ่ยถึงคุณหนูใหญ่แห่งจวนอัครมหาเสนาบดีแล้วให้ผู้คนข้างนอกรู้สึกรังเกียจเจ้าเช่นเดียวกับที่ข้ารังเกียจ มีเพียงยามเอ่ยถึงข้าเท่านั้นที่พวกเขาจะกล่าวชื่นชมไม่หยุดปาก!”
ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและริษยาปานคลุ้มคลั่ง นางยื่นปลายนิ้วขาวราวต้นหอมมาผลักหัวไหล่ของหลินชิงเวยเบาๆ เดิมทีหลินชิงเวยเองคิดจะยกมือขึ้นไปจับข้อมือของหลินเสวี่ยหรง ทว่านางกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้เพียงครึ่งส่วน ราวกับว่ามือของนางคว้าได้เพียงสำลีก้อนหนึ่ง หลินเสวี่ยหรงคว้าข้อมือของนางได้อย่างง่ายดายพร้อมกับตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าของนางหนึ่งฉาด “คนต่ำช้า! คนเช่นเจ้าแตะต้องข้าได้หรือ!”