“หน็อย เจ้าอาจารย์บ้านี้ เอะอะก็หาคู่บำเพ็ญให้ใหญ่เลยนะ คิดว่าพวกข้าไม่มีปัญญาจะหารึไง” ฉางกวงอดที่จะแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้าไม่ได้ เจียงหวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าก็เหยเกคล้ายกับว่าเรื่องนี้เขาไม่รู้จะเอ่ยอันใดได้
“เเถมบอกด้วยว่าเจ้าหนุ่มฉางนั้นไร้วาสนาอย่างยิ่งไร้คู่วาสนาชะตาอาภัพยิ่งนัก ส่วนเจ้าหนุ่มเจียงนั้นสีหน้าของเขาเเข็งดั่งก้อนหินเยี่ยงนี้เหล่าศิษย์หญิงจะมาสนใจได้เยี่ยงไร จึงเน้นย้ำกับข้ามาเป็นพิเศษเลยว่าเขาสงสารศิษย์ของเขายิ่งนัก” ชายวัยกลางคนเอ่ยพลางถอดทอนหายใจ
ทั้งสองที่ได้ยินอย่างนี้ในใจก็รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง เเต่ภายนอกก็ปรับอารมณ์ของตนเองให้ดูเป็นปกติ
“เอาล่ะ พวกเจ้าไปได้เลย นำเอากสารนี้ไปยื่นที่สมาคมค่ายกล เเล้วจะมีคนมานำทางให้พวกเจ้าเอง”
ชายวัยกลางคนพลันยื่นเอกสารอันหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะให้ทั้งสองอย่างรวดเร็ว เอกสารนี้มีตราสมาคมอักขระเเละตราสมาคมค่ายกลอย่างชัดเจน
ทั้งสองเมื่อเก็บเอกสารมาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม จึงรีบเอ่ยร่ำลาอย่างนอบน้อม ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปจากห้องนั้นเอง