“ไม่นะ อย่างนี้ข้าก็ต้องลงเเข่งกับนางด้วยหน่ะสิ” ฉางกวงรู้สึกปลงตกในชะตาตนเอง มีวันพักก็ไม่ได้พักเลย
งั้นก็มาเเข่งกันอันนั้นละกัน สหายจินเยว่ผู้นี้ชี้ไปยังตรงสนามวิ่งวิ่งที่มีคนวิ่งกันเป็นคู่ โดยผูกเชือกมัดระหว่างขาของทั้งคู่
“วิ่งเเข่ง 3 ขาสินะ” จินเยว่พลันหันมามองยังฉางกวงอยู่ชัวครู่จึงหันไปตอบตกลงอย่างหนักเเน่น
“เจ้าคงวิ่ง 3 ขาเป็นสินะ” คุณหนูจินกระซิบฉางกวงอย่างเเผ่วเบา
“เเน่นอนว่าไม่ เเต่ดูคู่อื่น ๆ ที่กำลังเเข่งอยู่ ก็ดูไม่ค่อยจะเท่าไหร่เลย”
เด็กที่โตมาในป่าในเขาเเน่นอนว่าจะไปรู้จักกับกีฬาของเซียนได้เยี่ยงไร เเม้เเต่กีฬาปกติบางทีก็อาจยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ
“งั้นมาตัดสินกัน” สหายคุณหนูจินน้ำเสียงจริงจัง ทั้ง 2 คู่พลันไปลงทะเบียนพร้อมกันจึงได้เเข่งในรอบเดียวกัน
รอมาได้ครึ่งชั่วยาม ก็พลันได้ยินเสียงประกาศเรียก ทั้งสองคู่จึงออกไปประจำที่ของตน
“ท่านพี่ พิสูจน์ให้สหายข้ารับรู้ถึงความรักที่เเท้จริงด้วย” สหายจินเยว่จ้องมองยังคู่ตนเอง ด้วยสีหน้าจริงจัง
“กวงน้อย พวกเราเองก็อย่าน้อยหน้าพวกเขาไปนะ” คุณหนูจินเพื่อไม่ให้น้อยหน้าจึงเอ่ยออกมาด้วยความมุ่งมั่น จริงจังเช่นกัน