“เจ้าปล่อยข้านะ” เงาเลือนรางนั้นออกอาการร้อนรน พยายามสะบัดฉางกวงอย่างสุดเเรงเเต่ความพยายามนั้นก็ไร้ผล
“เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้เลย เซียนที่สูงส่งที่เเท้ก็เพียงเเค่ขั้น 3 หรอกรึ” เขาเองนั้นก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันทะเเม่ง ๆ ตั้งเเต่ตอนเเรกที่เขาได้พบเจอกับเซียนผู้นี้เเล้ว ในตอนนั้นระดับพลังของเขายังอยู่เเค่ขั้นครึ่งก้าวสู่ขั้น 3 ประสาทรับรู้ยังไม่ดีเท่ากับในตอนนี้ จึงได้เเต่สงสัยในใจ
เเต่ในตอนนี้นั้น ระดับพลังของเขาใกล้เคียงกับขั้น 4 เเห่งขอบเขตขยายปราณเป็นอย่างยิ่ง ประสาทสัมผัสจึงเเม่นยำจับได้ทันทีว่าเซียนผู้นี้นั้นที่เเท้ก็เป็นเพียงเเค่ขั้น 3 เท่านั้น
“เจ้าช่างกล้าที่จะหลอกข้าได้นะ จงบอกมาบัดเดี๋ยวนี้ว่าข้าจะออกไปยังภายนอกได้เยี่ยงไร” ฉางกวงหิ้วคอเสื้อร่างที่เลือนรางบัดเดี๋ยวนี้ปรากฎเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อสีขาวสลับฟ้าเเต่งกายคล้ายศิษย์สายนอก กำลังจ้องมองฉางกวงด้วยสีหน้าซีดเผือก
“เออ…ข้าขออภัยท่านอย่างสุดซึ้งที่หลอกท่านไปยังเทือกเขาเเห่งนั้นขอรับ” ชายหนุ่มที่ถูกหิ้วคอเสื้อเอ่ยด้วยความนอบน้อม น้ำเสียงสั่นเครือ