เเขกอาวุโสก็เอ่ยสอนขึ้นมา บรรยายเกี่ยวกับอักขระที่พอฉางกวงกับเจียงหวงได้ยินพลันรู้สึกว่าลึกล้ำซับซ้อนกว่าบรรยายปกติไม่น้อย
เเต่ทั้งคู่ก็ดูเหมือนว่าเข้าใจ เเต่บางทีก็มีสีหน้างุงงน พอเห็นดังนั้นเเขกวัยกลางคนก็จะอธิบายเพิ่มเติม บางทีก็ยกตัวอย่างประกอบด้วย
ใช้เวลาซักพักหนึ่งฉางกวงก็มีท่าทางตกอยู่ในภวังค์ พยักหัวงึกงักตาม เเววตาเป็นประกาย เเม้เเต่เจียงหวงที่สีหน้ายังคงเดิมเเต่เเววตาเปล่งประกาย อดชมเเขกอาวุโสในใจอย่างเงียบๆ พอเรียนมาได้ถึงครึ่งทาง ฉางกวงได้สติขึ้นมาคิดว่าพื้นฐานอักขระตัวเองพัฒนาขึ้นไม่น้อย อยากลองว่าพลังจู่โจมของตนเองตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง จึงตั้งท่า ใช้มือหนึ่งเขียนอักขระบนอีกมือหนึ่ง ทั้งสองข้าง พลันรวบรวมปราณไฟของตนตรงหมัด ง้างหมัด พุ่งตัวไปยังเเขกกิตติมศักดิ์ อย่างรวดเร็ว
“ยังอ่อนไป” เเขกอาวุโสเห็นเช่นนั้น มือเขียนอักขระกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ฉับพลันมีกำแพงอักขระสีน้ำทะเล มากั้นขวางระหว่างทั้งสอง
หมัดที่ง้างนั้น ชกออกมาดั่งดาวตกเเต่พอชนกับกำเเพงดั่งปะทะกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ปราณไฟสลายไปอย่างกับปุยนุ่น
เเถมหมัดยังโดนกำเเพงดูดกลืน ไม่สามารถดึงออกมาได้อีกด้วย “ไม่ดีเเล้ว”สัมผัสได้ถึงปราณในอักขระที่มารวม