“หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์กำลังมีโทสะ แต่หม่อมฉันคิดว่านับจากวันนี้ไปพวกเขาคงไม่มีทางลงมือง่ายๆ อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเลือกลงมือทันทีที่อิงฮวามาถึง คาดว่าพวกเขาต้องการอาศัยจังหวะที่พวกเรายังเตรียมการไม่ทันเพื่อชิงลงมือก่อน แต่หากพวกเราเตรียมรับมืออย่างดีแล้ว พวกเขาจะต้องไม่มีโอกาสลงมืออีกอย่างแน่นอน”
หลินเมิ้งหยาอธิบายให้หลงเทียนอวี้ฟังอย่างละเอียด น้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบาปัดเป่าความขุ่นมัวในหัวใจของหลงเทียนอวี้
นางมักคิดทุกอย่างอย่างรอบคอบเสมอดุจดั่งดอกไม้แห่งความเข้าใจของเขา
เขามิอาจละสายตาออกจากดวงตาอันแสนอ่อนโยนของนางได้เลย
“ขอบใจเจ้ามาก หากไม่ได้เจ้า ป่านนี้อิงฮวาคง….”
หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าหลงเทียนอวี้เคยผ่านอะไรมาบ้าง แต่ชั่วขณะที่ร่างของหลงอิงฮวาร่วงลงไปกองกับพื้น สายตาของเขาสั่นสะท้าน ราวกับไม่ได้มีเพียงความเป็นห่วงเป็นใยน้องชายเท่านั้น
เกรงว่าการที่พระสนมเสียนฟายยอมทุบหม้อข้าวจมเรือเช่นนี้จะมิใช่เพียงเพื่อความมั่นคงของตนเสียแล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคงเพื่อปกป้องบุตรชายของตนเองจนเติบใหญ่
ขนาดอิงฮวายังโดนทำร้ายถึงเพียงนี้ เช่นนั้นการต่อสู้ระหว่างฮองเฮาและพระสนมเต๋อเฟยจะเป็นเช่นไร ?
หลินเมิ้งหยา