ะวิเคราะห์ออกมาอย่างมากมาย แต่หลงเทียนอวี้ย่อมคิดรอบคอบกว่านาง
หยุนโจวเป็นบ้านเกิดของสกุลหลง จนกระทั่งตอนนี้ก็มีขุนนางมีชื่อจำนวนไม่น้อยถือกำเนิดจากที่นั่น
หากความจริงเป็นดั่งเช่นที่หลินเมิ้งหยาสันนิษฐาน นั่นเท่ากับว่าโรคระบาดในคราวนี้เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ เกรงว่าคงมิใช่เพียงหยุนโจวเท่านั้นที่กำลังระส่ำระส่าย แม้แต่พื้นที่ข้างเคียงก็คงประสบปัญหาไม่น้อย
ดูเหมือนครอบครัวมหาอำนาจบางตระกูลจะถูกถอนรากถอนโคนแล้ว
เช่นนั้นต้าจิ้นคงก้าวเข้าสู่กลียุค
เขาจะต้องทูลเรื่องนี้กับเสด็จพ่อโดยเร็วเพื่อป้องกันมิให้บ้านเมืองต้องสั่นคลอน
“เช่นนั้นก็ดีเพคะ จริงสิ ไม่รู้ว่าอาการของป๋ายซ่าวเป็นเช่นไรบ้าง พวกเราจะต้องไปรับนางกลับไปด้วยกันนะเพคะ อีกอย่าง ระหว่างทางกลับพวกเราแวะไปดูเซียวยี่ซินสักหนหนึ่งเถิด หากเขายังอยู่ที่นั่น เช่นนั้นพวกเราพาเขากลับไปด้วยกันเลยจะดีกว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามการคาดเดาของหม่อมฉัน เช่นนั้นเซียวยี่ซินจะต้องกลายเป็นปัจจัยสำคัญในศึกษาโรคระบาดคราวนี้แน่”
ความกังวลสะท้อนอยู่ในแววตาของหลินเมิ้งหยา
มือเรียวยาวดั่งหยกขยำผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว
ภายในรถม้าที่กำลังแล่นโคลงเคลง หัวคิ้วของทั้งสองขมวดมุ