เหล่านั้นออกไปในทันที“พวกเราเป็นคนที่เชิ่นจวิ้นอ๋องส่งมารับจวิ้นจู่พ่ะย่ะค่ะ เชิญจวิ้นจู่ไปกับพวกเราเถิด”ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น หัวหน้าคนหนึ่งเดินออกมาประสานมือเข้าหากันเพื่อทำความเคารพแล้วเอ่ยกับหลินเมิ้งหยา“เป็นคนของเชิ่นจวิ้นอ๋องจริงหรือ ? พวกเจ้ามีหลักฐานอะไร?”หลินเมิ้งหยาเดินเข้ามายืนด้านหน้าอาชี่ว สายตาฉายแววสงสัยปนลังเล“คือ … ข้าน้อยนำสาส์นจากเชิ่นจวิ้นอ๋องมาด้วย จวิ้นจู่สามารถตรวจสอบได้พ่ะย่ะค่ะ”ชายคนนั้นหยิบจดหมายสีน้ำตาลออกจากวงแขนแล้วมอบให้กับหลินเมิ้งหยา ทว่านางมิได้ยื่นมือออกไปรับ“พวกเจ้าขยับถอยหลังไปก่อน ข้ามองเห็นไม่ชัด”จู่า หลินเมึ้งหยากีพูดโพล่งออกมา น้ำเสียงมีความไม่พอใจอยู่หลายส่วนชายคนนั้นหันข้ายแลขวา สุดท้ายจำยอมขยับเท้าถอยหลังออกไปสองก้าวครู่ต่อมา เขายืนนึ่งอยู่กับที่ ราวกับรอให้หลินเมิ้งหยาออกมารับสาส์นในมือไป“ปิดประตู !”ใครจะรู้เล่าว่าหลินเมิ้งหยาจะกระโดดถอยหลังเหมือนกระด่ายพร้อมทั้งฉุดร่างอาชิ่วตาม
[”
ไปด้วยประตูบานใหญ่ที่ไม่หนักเท่าไรนักถูกคนที่อยู่ด้านข้างทั้งสองฝั่งปิดลงเวลารวดเร็วเพียงชั่วพริบดา ทุกคนยังไม่ทันรู้สึกตัว คนภายในและภายนอกคฤหาสน์ก็ถูกแบ่งแยกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนแล้วหลินเมิ้งหยารีบลงกลอน หลังจากมั่นใจแล้วนางจึงหันหลังกลับมาอธิบายกับทุกคน“คนพวกนี้มิใช่คนของญาติผู้พี่ข้า ก่อนนั้นข้าส่งข้อความไปบอกพวกเขาว่ามิให้เคลื่อนไหวเช่นนั้นพวกเขาจะมาที