ีกเล่า ?”
คำพูดนี้แทงใจจูหยุนยิ่งนัก
ดวงตาสุขุมเยือกเย็นเบนมองทางหลินเมิ้งหยา ก่อนจะสบตากับดวงตาคู่สวยเปล่งประกายราวหยดน้ำคู่นั้น ตอนแรกจูหยุนคิดว่าตนจะสามารถมองความรู้สึกจากแววตาของนางออก
แต่ใครจะคิดเล่าว่าดวงตาสุกสกาวคู่นั้นจะไร้ซึ่งคลื่นแห่งความรู้สึกใดๆ
สายตาจ้องมองหวังหาข้อได้เปรียบ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งดั่งขุนเขาที่มิเอนเอียงตามสายลม
เขารู้สึกว่าแผนการทั้งหมดที่ตนเองวางไว้ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี
ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ เพราะเหตุนี้เจ้าคนประหลาดชิงหูจึงมักแสดงท่าทีภาคภูมิใจนักหนาเวลาเอ่ยถึงหลินเมิ้งหยาสินะ
สำหรับพวกเขาที่อายุเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว นางคือเด็กสาวอายุสิบกว่าปี แม้จะอ่อนหวาน แต่กลับมีความทะเยอะทะยานสูงเสียดฟ้า
“พระชายาฉลาดเฉลียวยิ่งนัก ท่านกล่าวถูกแล้ว หากแม้แต่ชีวิตของตนเองยังไม่อาจทำได้อย่างใจคิด เช่นนั้นยังจะสามารถครอบครองสิ่งอื่นได้เช่นไร ? ข้าคิดว่าท่านคงเดาได้แล้วว่าสหาย ยเก่าของข้าก็คือชิงหูใช่หรือไม่ ?”
การหยั่งเชิงจบลงในเมื่ออีกฝ่ายเข้าสู่ประเด็นหลักแล้ว หลินเมิ้งหยาก็ไม่คิดเสแสร้งต่อไป
นางผงกศีรษะลง นับตั้งแต่วันที่ชิงหูปรากฏตัว นางก็เดาเอาไว้แล้วว่าเจ้านายของชิงหูและ