ช่นนั้นก็คงมีความหมายดังที่นางกล่าวไปเมื่อครู่
“ชายาอวี้ล้อเล่นแล้ว เหตุใดท่านจึงมั่นใจว่าข้าน้อยคิดจะหาเจ้านายคนใหม่เล่า ? ใต้หล้ากว้างใหญ่ไพศาล ทว่าเจ้านายกลับมีไม่มาก แม้ข้าน้อยจะมิใช่หนึ่งในนั้น แต่ทั้งราชอาณาจักรหล ลินเทียนหรือต้าจิ้นก็ล้วนไม่มีผู้ใดเป็นเจ้านายของข้าน้อย”
แม้คำพูดนี้จะฟังดูแล้วหยิ่งทะนง แต่กลับทำให้คนฟังอดที่จะชื่นชมไม่ได้
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองเขาอยู่หลายหน หากคนอื่นเป็นผู้กล่าว เช่นนั้นนางคงคิดว่าคนผู้นั้นมิต่างจากกบก้นบ่อน้ำ [1]
แต่คนผู้นี้คือจูหยุน เขาเป็นคนล้ำลึกยากเกินคาดเดา
นางกับเขารู้จักกันเพียงผิวเผิน แต่ทุกครั้งเขามักทำให้นางรู้สึกพะวงหน้าพะวงหลัง
หัวใจกระตุกระรัว หลินเมิ้งหยาก้มหน้าลงพลางเอ่ยเสียงเบา
“คุณชายช่างมีความทะเยอทะยานยิ่งนัก ก็จริง โลกนี้หาได้มีอะไรแน่นอนไม่ ไม่ว่าต้องก้มหัวรับใช้ผู้ใด แต่นั่นก็หาใช่ทางออกระยะยาว แต่ข้าผู้นี้มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากเจ้านายค คนก่อนของท่าน ข้าหาได้มีความทะเยอทะยานเช่นนั้นไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่อยากปกครองใต้หล้าหรือควบคุมผู้ใด ในเมื่อได้เกิดมาแล้ว แต่ถ้าหากไม่อาจควบคุมชีวิตของตนเองได้ เช่นนั้นจ จะทำสิ่งใดได้อ