ของพวกนางในทันใด แม้แต่อาซิ่วยังรู้ได้ว่าที่นี่มิใช่สถานที่ธรรมดา
“พี่สาวจวิ้นจู่ กลิ่นนี้แปลกยิ่งนัก”
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของอาซิ่วเริ่มแดงก่ำ
หน้าอกขยับขึ้นลงถี่ๆ มือเอื้อมไปคว้าแขนของหลินเมิ้งหยา ขณะเดียวกันแข้งขาพลันไร้เรี่ยวแรง
มือเล็กทั้งสองข้างคว้าแขนของหลินเมิ้งหยาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ท่าทางออดอ้อนชวนเสน่ห์หา
“อาซิ่ว แย่แล้ว”
ครู่ต่อมาหลินเมิ้งหยาจึงตระหนักได้ว่าฤทธิ์ของยาคือการปลุกกำหนัด
อาซิ่วไม่อาจต้านทานได้
แม้แต่องครักษ์ทั้งสองยังพยายามข่มร่างกายเอาไว้
โชคดีที่หลินเมิ้งหยามีไหวพริบ นางรีบตักน้ำจากถังน้ำแล้วสาดเข้าที่ใบหน้าของพวกเขา
เมื่อน้ำเย็นถูกสาดเข้าที่ใบหน้า พวกเขาจึงกลับมามีสติดังเดิม
“พี่สาวจวิ้นจู่ ข้า…ข้าเป็นอะไรไป?”
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของอาซิ่วยังคงแดงระเรื่อ ทว่าดวงตากลับมาเปล่งประกายดังเดิมแล้ว
“ไม่มีอะไรแล้ว ข้าไม่ทันระวังจนเกือบทำให้พวกเจ้าตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว พวกเรารีบกลับไปก่อนเถิด รอข้าปรุงยาสักครู่แล้วพวกเราค่อยเข้าไปใหม่”
หลินเมิ้งหยารีบพาพวกเขาออกมา สีหน้าของลูกจ้างคนนั้นเผยอารมณ์สาแก่ใจ
ทว่าพวกเขากลับออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน ดังนั้นฝ่ายที่ตกตะลึงจ