งอาจแตะต้องจวิ้นจู่และจวิ้นอ๋อง จงฆ่าให้หมด”
เสียงเยียบเย็นอำมหิตพลันดังขึ้น ทุกคนล้วนรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ เหตุเพราะกลัวว่าดาบเล่มนั้นจะเปลี่ยนทิศมาที่ศีรษะของตนเอง
ร่างในชุดสีเทาหม่นปรากฏตัวออกมาทางด้านหลังทุกคน
หลินเมิ้งหยาหันหน้ามองทางต้นเสียง ก่อนจะได้เห็นร่างที่คุ้นเคยของหลิวซวน
ด้านหลังของเขาคือทหารองครักษ์มากกว่าร้อยคน
มุมปากยกขึ้น ทหารเหล่านี้ล้วนเป็นไพ่ตายของนาง
“ผู้อาวุโสเฉียน ท่านจะจับข้ามิใช่หรือ?”
ขณะเดียวกัน อย่าว่าแต่เฉียนอวี้หมิงเลย แม้แต่หนานรุ่ยและสองพี่น้องสกุลตวนต่างอึ้งงัน
“พวกเจ้าก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ? ย่ำยีราชวงศ์ ดูหมิ่นเบื้องสูง สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องโทษประหารเก้าชั่วโคตร ในเมื่อพวกเจ้ากล้าทำ เช่นนั้นก็ต้องกล้ารับผลที่ตามมาด้วย”
ดวงตาเรียวยาวคมกริบของหลินเมิ้งหยากวาดมองพวกเขาทีละคน
หลิวซวนที่อยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาหยิบดาบของตนเอง
สายตาของเขาราวกับเพชฌฆาตที่พร้อมจะเชือด
สีหน้าของพวกหนานรุ่ยจึงซีดเผือด
“คือ…ล้วนเข้าใจผิดกันทั้งสิ้น ผู้อาวุโสเฉียนเลอะเลือนไปแล้ว พวกเรา…พวกเราก็แค่….”
ตวนมู่หยางคิดแก้ต่างให้กับตนเอง ทว่าหลิวซวนกลับปรากฏตัวในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเกินไป
ใช่แล