อไม่นั้นไม่สำคัญ แต่ไหนแต่ไรมาข้าเหล่าฉางมีหนึ่งพูดหนึ่ง มีสองพูดสอง พวกเรารู้จักกันมานานแล้ว ดังนั้นข้าย่อมรู้ดีว่าบางคนจิตใจอำมหิตถึงขั้นใช้คนเป็นด ดังใบมีดทำร้ายผู้อื่น”
ฉางเทียนหัวเอ่ยวาจาอ้อมค้อมชวนคิด ทั้งที่คำพูดนี้ย่อมหมายถึงเฉียนอวี้หมิง
สายตารังเกียจกวาดมองคนที่เหลืออีกสามคน
เฉียนอวี้หมิงย่อมรู้ดีว่าคนอื่นขุดหลุมพรางให้กับตนเอง ดังนั้นเขาจึงส่งตู้จ่งไปเป็นตัวตายตัวแทน
ดังนั้นความเกลียดชังระหว่างทั้งสี่จึงยิ่งลึกซึ้งมากขึ้น
ใบหน้าของฉางเทียนอวี้อยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย แม้เขาจะมีพวกจวิ้นจู่คอยหนุนหลัง ทว่าเขาก็มิได้เบ่งอำนาจแต่อย่างใด
ดังนั้นพวกผู้อาวุโสทั้งสี่จึงเริ่มตีกันเองแล้ว
มุมปากเหยียดยิ้มเย็น พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าการโต้เถียงกันของพวกเขารังแต่จะเป็นหลักฐานผูกมัดพวกตนเอง
“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าเคารพพวกท่านในฐานะผู้อาวุโส ดังนั้นข้าจึงเชื่อพวกท่านอยู่หลายส่วน ไฉนเลยพวกท่านมิได้ใส่ใจตามหาความจริง แต่กลับกดดันพวกข้ากันเล่า? ยิ่งไปกว่านั้นยังป ป้ายความผิดให้กับพวกข้าเสียอีก! หากวันนี้พวกท่านไม่ให้คำตอบที่น่าพึงพอใจแก่พวกข้าแล้วล่ะก็ เช่นนั้นข้าจะไม่ละเว้นพวกท่านอีกต่อไป!”
หลินเมิ้งหยายืนกราน