นจึง….”
ชายหนุ่มผู้รับหน้าที่เจรจาเมื่อครู่ส่งเสียงละล่ำละลัก
เฉียนอวี้หมิงหันไปมองลูกศิษย์ที่นอนกองกับพื้นทั้งสองทางหน้าประตู ดวงตาเผยให้เห็นความเปรมปรีดิ์บนความทุกข์ของผู้อื่น
“ผู้อาวุโสหนาน หากลูกศิษย์ของท่านถูกวางยาตาย เช่นนั้นท่านก็ควรออกหน้าแทนพวกเขามิใช่หรือ?”
เตะส่งบอลไปให้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างหนานรุ่ย แต่ใครจะรู้เล่าว่าหนานรุ่ยมิได้มีท่าทีตื่นตระหนก สายตาสบมองหลินเมิ้งหยา ก่อนจะเอ่ย
“จวิ้นจู่มีอารมณ์ขันยิ่งนัก พวกเขาทั้งสองเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ข้าสั่งสอนพวกเขาได้ไม่ดีพอจึงทำให้จวิ้นจู่ต้องเห็นเรื่องน่าขันเข้าให้แล้ว”
หลินเมิ้งหยาที่ได้ยินคำพูดแก้ตัวของหนานรุ่ยมิได้รู้สึกมีโทสะ
แย้มยิ้มสง่างาม ราวกับไม่รู้สึกอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อย
“ผู้อาวุโสหนานรอบคอบยิ่งนัก ใช่แล้ว พวกเขาทั้งสองเพียงแค่หมดสติเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะโทษพวกเขาก็คงไม่ได้ เหตุเพราะแขกของข้าบุ่มบ่ามจนเกินไป แต่…ผู้อาวุโสหนาน เพียงเพราะ เรื่องของตู้จ่ง พวกท่านถึงกับขังพวกข้าเอาไว้ที่นี่ เกรงว่าตอนนี้ถึงเวลาที่พวกท่านจะอธิบายเรื่องนี้ให้แก่พวกข้าฟังแล้ว ด้วยอำนาจของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน พวกท่านไม่อาจคุมข ขังฟู่จวินของข้าและพี่ชายขอ