น้อยกว่าแป้งหอมเจ้าค่ะ แต่เมื่อไหร่ที่ท่านกลัวหร รือตื่นเต้น กลิ่นหอมจะรุนแรงขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่คนเลย กระทั่งวัวก็สลบได้ง่ายๆ เจ้าค่ะ”
อาซิ่วจับตัวเซียงเซียงฉงออกจากหม้อดินด้วยท่าทางเชี่ยวชาญ ก่อนจะวางลงบนมือของหลินเมิ้งหยา
ตอนแรกตัวเซียงเซียงฉงยังคงหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย ร่างกายของมันจึงสั่นเทา
แต่หลังจากได้กลิ่นเลือดบนแขนของหลินเมิ้งหยาแล้ว ร่างกายของมันจึงสงบลง
สัมผัสจากขนตัวเซียงเซียงฉงนุ่มเบา
“นี่มัน….ก็ได้ ขอบใจเจ้ามาก”
แม้มันจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่บางทีมันอาจช่วยชีวิตนางได้ในยามคับขัน
แม้เจ้าตัวนี้จะน่ารัก แต่ถึงอย่างไรก็เป็นสัตว์มีพิษ ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงลูบตัวมันสองสามหน ก่อนจะวางลงในหม้อดินเผาสีขาว
อาซิ่วบอกวิธีเลี้ยงอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าให้มันกินเลือดเดือนละหนก็เพียงพอ โดยปกติแล้วสัตว์ชนิดนี้กินเพียงอาหารที่มีกลิ่นหอม
หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ถึงอย่างไรก็ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้แก่นาง
อาซิ่วแนะนำให้วางมันลงบนโต๊ะแต่งหน้า จากนั้นทั้งสองจึงเริ่มสนทนากันอย่างจริงจัง
“อาซิ่ว เจ้าบอกว่าคนผู้นั้นเอ่ยว่าคนของหอป๋ายเฉาต้องการซื้อต้นฝิ่น เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่