ของเขาแล้ว”
เพียงได้ฟังประโยคนี้ เหตุใดหลินเมิ้งหยาจึงรู้สึกว่าหลงเทียนอวี้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเฉินเซี่ยเล่า?
มองสายตาเว้าวอนของหลินเมิ้งหยา หลงเทียนอวี้จึงเอ่ยต่อ
“อันที่จริงข้าเองก็พอจะได้ยินมาบ้าง เจ้าเองก็รู้ แม้ว่าต้าจิ้นหรือหลินเทียนจะสถาปนาแคว้นมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่ในอดีตก็มีแคว้นอื่นด้วย ได้ยินมาว่าเฉินเซี่ยผู้นี้เป็นผู สืบทอดคนสุดท้ายของเมืองกู่เว่ย แต่ข่าวนี้เป็นความจริงหรือไม่นั้นคงมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้”
เมืองกู่เว่ย? สมองของหลินเมิ้งหยาปรากฏข้อมูลในหนังสือประวัติศาสตร์ที่ตนเองเคยร่ำเรียนมา
เมืองกู่เว่ยเปรียบดั่งเมืองลับแล
แม้จะล่มสลาย แต่กลับไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของดินแดนอื่น ทว่าเวลาเพียงค่ำคืนเดียว เมืองแห่งนี้ก็หายสาบสูญไป
นี่เป็นเรื่องราวเมื่อหนึ่งพันปีก่อนในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์
หากเฉินเซี่ยเป็นทายาทคนสุดท้ายของเมืองกู่เว่ย เช่นนั้นแสดงว่าเมืองกู่เว่ยมีอยู่จริง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนทั้งเมืองจึงอพยพหลบหนีออกไปเท่านั้น
เกรงว่าแม้แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ก็คงไม่มีการบันทึกเรื่องนี้เอาไว้
เพราะเหตุนี้ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงให้เขาดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดสินะ
ไร้ซึ่งอำนาจ