แต่หญ้าเติงหลงปลูกได้ยากยิ่ง สมัยก่อนมีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้
แต่ในปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ตามวัดทั่วไป
“หรือนี่จะเป็นสถานที่เซ่นไหว้ของหอป๋ายเฉา?”
หลงเทียนอวี้กอดหลินเมิ้งหยา เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หัวใจของนางสั่นไหว
ห้องเซ่นไหว้? หากเป็นเช่นนั้นจริง ที่นี่ย่อมต้องมีทางออก
“ก็อาจจะใช่ ในเมื่อมีหญ้าเติงหลง เช่นนั้นพวกเราจุดไฟเพื่ออาศัยแสงสว่างเถิด”
น้ำเสียงของจั่วชิวอวี้ดูประหลาดใจไม่น้อย
เขาและอวี้อันคลำหาหญ้าเติงหลงบนพื้น เมื่อแสงสว่างถูกจุดขึ้น ความมืดก็ค่อยๆ เลือนหายไป
กว่าจะปรับการมองเห็นได้มิง่ายเลย หลินเมิ้งหยาขยี้ตา น้ำมันของหญ้าเติงหลงถูกจุดเป็นทางยาวออกไป
“ที่นี่คือ…..”
จั่วชิวอวี้หันไปมองกำแพงด้วยอาการตกตะลึง ตรงกลางกำแพงทั้งสองฝั่งมีร่องลึกเป็นทางยาว
น้ำมันเติงหลงส่องประกายไฟตามทางที่ทอดยาว
กลิ่นหอมธรรมชาติไร้สิ่งเจือปนทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงที่สุดคือจิตรกรรมฝาผนังบนกำแพงทั้งสองด้าน
จั่วชิวอวี้เอื้อมมือไปสัมผัสภาพฝาผนังเหล่านั้นเบาๆ แม้ว่าคราบหมึกจะแห้งไปแล้ว แต่สีสันของภาพกลับยังงดงามราวกับเพิ่งถูกวาด
“แม้แต่เจ้าก็ไม่รู้? ไปเถิด พวกเร