าไปดูข้างในกัน”
น่าแปลกที่แม้แต่ตำราชิงเจิงผู่ก็ไม่มีการบันทึกเอาไว้
ยิ่งได้เห้นสีหน้าตกตะลึงของจั่วชิวอวี้ คาดว่าที่นี่จะต้องเป้นสถานที่ลับแห่งหนึ่ง
ทั้งสี่คนเดินตรงไปด้วยความระมัดระวัง แม้ไฟจากสองฟากฝั่งจะสว่างไสว แต่พวกเขาก็สามารถหายใจเข้าออกได้อย่างไม่ติดขัด
บางทีอาจเพราะที่นี่คือสถานที่เซ่นไหว้ ดังนั้นจึงมีลมผ่านเข้าออก
กว่าจะมาถึงที่นี่ คนทั้งสี่ต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
พวกเขาเดินผ่านโค้งมากมายทั้งน้อยใหญ่ แต่กลับไม่พบประตูแม้สักบาน
ยิ่งไปกว่านั้นยังมองไม่เห็นทางออก ทั้งสี่จึงรู้สึกว่ายิ่งเดินออกไปมากเท่าไรก็ยิ่งลึกมากขึ้นเท่านั้น
หลินเมิ้งหยาลองตั้งใจมองภาพวาดอย่างละเอียดแล้ว หากนางเดาไม่ผิด คาดว่าผู้อาวุโสสูงสุดคนแรกจะต้องเป็นเศรษฐีมีเงินทองมากมายแต่กลับผันตัวมาเป็นหมออย่างแน่นอน
ภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามเหมือนจริง หลินเมิ้งหยาอดที่จะชื่นชมไม่ได้
หากผู้อาวุโสสูงสุดยังอยู่แล้วล่ะก็ คาดว่าเขาต้องโมโหจนอยากตายอีกครั้งเพราะคนเหล่านี้อย่างแน่นอน
“เหมือนด้านหน้าจะมีอะไรบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
อวี้อันที่เดินนำอยู่ทางด้านหน้าร้องออกมาด้วยความดีใจ
หลงเทียนอวี้รีบดึงหลินเมิ้งหยาเข้าหาอ้อมกอดเพราะเกรงว่า