ด็นกระดอน ก่อนที่เจ้าตัวจะสลบเหมือดหมดสติไป
บรรยากาศในเวลานี้เงียบกริบ
สายตาดุดันเย็นชากวาดมองกลุ่มคนตรงหน้า ขณะเดียวกันพวกคนเหล่านั้นก็ขยับเท้าถอยหลังออกไปราวห้าเมตร
หลินเมิ้งหยาลอบหัวเราะในใจ คนพวกนี้เคยชินกับการวางอำนาจบาตรใหญ่แล้ว เมื่อเจอคนอย่างหลงเทียนอวี้เข้า พวกเขาจึงรีบกลืนความบ้าคลั่งของตัวเองลงท้อง
“ผู้อาวุโสเฉียน ผู้อาวุโสเฉียน เร็ว…รีบพาผู้อาวุโสกลับไป”
ตวนมู่หยางรีบพาลูกศิษย์ไปตรวจอาการเฉียนอวี้หมิง
ทว่าเขาเพียงแค่เป็นลมสลบไปเท่านั้น แต่คาดว่าภายภาคหน้าเฉียนอวี้หมิงคงกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งหอป๋ายเฉาแล้ว
ลูกศิษย์ของเฉียนอวี้หมิงรีบพาเขาออกไป หลินเมิ้งหยาจึงก้าวออกมาจากเบื้องหลังของหลงเทียนอวี้
สายตาที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางและหลงเทียนอวี้ล้วนมีท่วงท่าสง่างาม แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางพวกลูกศิษย์แห่งหอป๋ายเฉา พวกเขาเปรียบเสมือนยมทูตหน้าขาวดำจากนรก
“จวิ้นจู่! อ๋องอวี้! พวกท่านกำลังทำอะไร!”
หนานรุ่ยมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว ดวงตาเจือความเย็นชาอยู่หลายส่วน
“ผู้อาวุโสเฉียนทำตัวไร้มารยาทกับพวกเราก่อน ขุนนางควรเคารพกฎระเบียบ คราวนี้ฟู่จวินของข้าสั่งสอนเขาเพียงเล็กน้อย แต่คราวหน้าอาจไม่