เป็นเช่นนี้อีก”
บรรยากาศคุกรุ่น ยิ่งได้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมทว่าไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดของหลงเทียนอวี้ พวกเขาสองสามีภรรยาจึงเปรียบดั่งฝันร้ายของของคนจำนวนไม่น้อย
บางทีอาจเพราะภายในกระดูกมีความกล้าหาญของสกุลหลินฝังอยู่
เพียงหลินเมิ้งหยาแสดงสีหน้าจริงจัง ความอำมหิตเย็นชาพลันแผ่ซ่านจนไม่มีใครกล้าสบตานาง
“เรื่องของตู้จ่งยังมีความน่าสงสัยอยู่มาก ข้าจะต้องให้คำตอบแก่ทุกคนอย่างแน่นอน พวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ ข้าเชื่อว่าวันข้างหน้าความยุติธรรมจะปรากฏ แต่หากมีใครคิดใส่ร้าย ยป้ายสีพวกข้าและเซิ่นจวิ้นอ๋องแล้วล่ะก็ พวกเจ้าจงตรองดูให้ดีว่ามีหัวมากพอให้ข้าตัดหรือไม่!”
เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าเรื่องในวันนี้จะต้องแพร่งพรายออกไป
แม้ไม่อาจห้ามคำนินทาได้ เหตุเพราะไม่ว่านางจะทำอะไรก็ล้วนแล้วแต่ตกเป็นข้อครหาของพวกเขา แต่ถึงกระนั้นคำขู่ของนางย่อมสามารถสร้างความหวาดกลัวให้แก่พวกเขาได้
“ในเมื่อจวิ้นจู่รับสั่งเช่นนี้แล้ว เช่นนั้นพวกเราก็อย่าสร้างความลำบากใจให้แก่จวิ้นจู่อีกเลย แต่ถึงแม้ตู้จ่งจะมิได้ถูกจวิ้นจู่ทำร้ายจนตาย แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้อง กับจวิ้นจู่และเซิ่นจวิ้นอ๋อง ตู้จ่งเป็นลู