วามเขินอาย ทว่านางไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มที่หางตาเอาไว้ได้
“ชิ ชิ ชิ ข้ารู้แล้วว่าพวกเจ้าทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน แต่หากจะพลอดรักกันแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็ควรปิดประตูมิใช่หรือ!”
เสียงค่อนแคะพลันดังขึ้นที่หน้าประตู หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนมาเห็นเข้า
แก้มนวลแดงระเรื่อ ดวงตาคู่สวยถลึงใส่หลงเทียนอวี้
ไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นท่าทางขวยเขินของนางเช่นนี้
ผิดกับหลงเทียนอวี้ที่ไร้ซึ่งความเขินอาย เขาปรายตามองจั่วชิวอวี้ ก่อนจะเอ่ยเพียงประโยคเดียว
“มีอะไร?”
น้ำเสียงเผยอารมณ์หมดความอดทนอย่างชัดเจน จั่วชิวอวี้หลบสายตาที่ต้องการจะสื่อว่าหากไม่มีเรื่องด่วนก็จงรีบไสหัวไปของหลงเทียนอวี้
ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะเอ่ย
“ข้ามีธุระอย่างแน่นอน เฮ้อ ตอนแรกก็คิดว่าชีวิตของพวกเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย ไฉนเลยจะรู้ว่าพวกเจ้าจะมอบความรักหวานซึ้งตรึงใจให้กันและกันเช่นนี้”
คนทั้งสองเข้าใจความหมายประโยคหลังของเขาดี ดังนั้นจึงส่งสายตาเย็นชาไปให้เขา
“มีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา ถ้าไม่มีก็ไสหัวไปซะ”
หลินเมิ้งหยาไม่ไว้หน้าอีกฝาย ดูท่าเขาจะลืมนิสัยที่แท้จริงของนางไปเสียแล้ว
จั่วชิวอวี้ไม่กล้าล้อเล่นอีกต่อไป ขณะที่เขาเดินเข้ามาใน