งหม่อมฉันใช้งานไม่ได้อีก เช่นนั้นวิชาแพทย์ของหม่อมฉันก็ไม่อาจใช้งานได้เช่นเดียวกัน ท่านอ๋อง หม่อมฉันเป็นหมอ หากแขนของหม่อมฉันหายดี เช่นนั้นก็นับเป็นโชคของหม่อมฉัน ยิ่งไปกว่านั้นหม่อมฉันแบกรับความทรมานแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น จั่วชิวอวี้เคยบอกว่าหากยาออกฤทธิ์เมื่อไร เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว เชื่อหม่อมฉันเถิดนะเพคะ หม่อมฉันไม่มีทางได้รับอันตรายใดๆ”
หากหลินเมิ้งหยาดึงดันว่าจะใช้ยานี้ เกรงว่าหลงเทียนอวี้จะยิ่งดื้อดึงมากกว่านาง
ดังนั้นนางจึงจะทำให้เขาใจอ่อน ยิ่งนางเอื้อนเอ่ยด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้ เขาก็ยิ่งไม่อาจปฏิเสธคำขอของนางได้
ลอบถอนหายใจในใจ ดูเหมือนเขาจะเจอคนหัวดื้อเข้าให้แล้ว
“เจ้า…เฮ้อ…”
หลงเทียนอวี้ใช้สายตาเอื้อเอ็นดูมองนาง ยิ่งได้เห็นท่าทางดีใจของอีกฝ่าย เขายิ่งรู้สึกว่าแม้บนโลกนี้จะมีหญิงสาวพราวเสน่ห์มากมาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาใจเต้นได้เหมือนนาง
“ขอบพระทัยเพคะ”
จุมพิตหน้าผากของเขาด้วยท่าทางซุกซน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าใบหน้าของนางจะถูกมือหนาเอื้อมมาจับเอาไว้
หลินเมิ้งหยาที่เกือบจะถูกขโมยลมหายใจไปจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเปี่ยมโทสะ
แต่ถึงแม้จะพยายามแสร้งแสดงท่าทางโกรธเกรี้ยวเพื่อกลบค