ง
สายตาของเขาราวกับถูกสะกด ไม่อาจเคลื่อนคล้อยออกจากใบหน้าของหลินเมิ้งหยาได้
“หม่อมฉันไม่เจ็บแล้วเพคะ ไม่เจ็บแล้วจริงๆ”
หลินเมิ้งหยายิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออก แม้ว่านางจะรู้สึกอบอุ่นใจเพียงใดก็ตาม
ปลอบโยนหลงเทียนอวี้เสียงแผ่ว ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นเกิดขึ้นกับหลงเทียนอวี้มิใช่นาง
“เจ้าอย่ากินยาขนิดนี้อีกต่อไปจะดีกว่า ค่อยเป็นค่อยไปเถิด แม้เจ้าจะต้องการเร่งรีบรักษาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ขวา แต่หากเจ้าต้องทนทรมานเช่นนี้ทุกวัน ข้าคิดว่ามันไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย”
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง โชคดีที่หลงเทียนอวี้ยังไม่รู้ว่าเหตุที่นางต้องเร่งรักษามือขวาให้หายดีก็เพราะต้องใช้วิชาควบคุมเข็มรักษาเขา
จ้องหน้าเขานิ่ง ดวงตากลมโตแสดงท่าทางน่าสงสาร
“หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์เป็นห่วง แต่อวี้เปี่ยวเกอบอกว่ายิ่งปล่อยไว้นาน แขนหม่อมฉันก็จะยิ่งมีปัญหา”
หลงเทียนอวี้กุมมือเล็กของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะชิงเอ่ย
“ไม่เป็นไร หากแขนของเจ้ากลับมาใช้งานไม่ได้อีก เช่นนั้นข้าจะเป็นแขนขวาให้เจ้าเอง”
หลินเมิ้งหยามองท่าทางกังวลของเขา หัวใจอ่อนยวบ
ดวงตาคู่สวยสอดประสานดวงตาคมกริบของเขา ภายในแววตามีเพียงความอ่อนโยน
“แต่ถ้าหากแขนขวาขอ