งเข้าร่วมศึกแย่งชิงบัลลังก์ทันทีหรือไม่เพคะ?”
เพียงได้ยินน้ำเสียงหงอยเหงาของนาง หลงเทียนอวี้ออกแรงกอดร่างบางแน่น
เขาอยากเลี้ยงดูนางให้อ้วนฉุ แต่เขามักทำให้นางทุกข์ใจเสมอ
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไปถึงต้าจิ้นแล้วต้องเปิดศึกกับฮองเฮาและไท่จื่อ หลงเทียนอวี้ก็รู้สึกอดรนทนไม่ไหว
“ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ เมิ้งหยา เจ้าคิดว่าเมืองหลินเทียนเป็นเช่นไร?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของเขา หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงอ่อนโยน
“ทิวทัศน์เมืองหลินเทียนงดงามราวภาพวาด หม่อมฉันชอบทุกอย่างที่นี่ แต่ติดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็เอี้ยวหน้ากลับมา ดวงตาทั้งสองประสานกัน ริมฝีปากสีเชอรี่เผยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ที่นี่หาใช่บ้านของหม่อมฉันไม่”
ดวงตาสองคู่ประสานกัน หลงเทียนอวี้อ่านความคิดของนางผ่านแววตา
หัวใจสั่นไหว ที่แท้นางก็รู้ทุกอย่าง
“ข้า….”
มือเล็กยื่นขึ้นปิดริมฝีปากของเขา
ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ เรื่องบางเรื่องมิจำเป็นต้องพูด เหตุเพราะพวกเขาสามารถรับรู้ได้ด้วยหัวใจ
ริมฝีปากถูกปิดด้วยมือเล็กของนาง หลินเมิ้งหยาส่งผ่านความรู้สึกของนางไปถึงเขา
มองการกระทำราวกับเด็กข