เพียงประโยคนี้หลุดออกจากปากของอีกฝ่าย สีหน้าของหลินเมิ้งหยาพลันถมึงทึง
พวกเฉียนอวี้หมิงเป็นถึงผู้อาวุโส พวกเขาไม่ควรเอื้อนเอ่ยเช่นนี้
บางทีอาจเพราะได้ถือครองตำแหน่งใหญ่มานานหลายปี ดังนั้นพวกเขาจึงลืมกำพืดของตนเอง
ดวงตาคู่ฉายแววดูแคลนมองอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“เช่นนั้นหรือ? วันนี้ทุกท่านคงได้ยินแล้ว เฉียนอวี้หมิงเป็นเพียงราษฎรคนหนึ่งของเมืองหลินเทียน แต่ถึงกระนั้นก็มีตำแหน่งใหญ่ในหอป๋ายเฉา อีกทั้งยังเป็นขุนนางคนหนึ่ง แม้มารดา าของข้าจะมิใช่ลูกศิษย์ของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอป๋ายเฉา แต่ท่านแม่ก็มีฐานะเป็นถึงจ่างกงจู่ พวกเจ้าควรลงท้ายชื่อของท่านแม่ว่าองค์หญิงด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้เจ้ากลับพูดจาให้ร้ายมารด ดาของข้า นี่หรือว่าผู้อาวุโสฉางไร้ซึ่งความจงรักภักดีแล้ว? หรือเจ้าคิดว่าเมืองหลินเทียนแห่งนี้เป็นของพวกเจ้าสกุลเฉียน!”
บางคำพูดเฉียนอวี้หมิงเคยคิด แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ทว่าหลินเมิ้งหยาไม่เหมือนกัน คำพูดของนางเปรียบดั่งฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้าของเขา
ดังนั้นบางคำพูดแม้จะไม่เหมาะสม นางก็พูดโพล่งออกมาจนหมด
แม้แต่เฉียนอวี้หมิงเองก็คิดไม่ถึงว่าอันเล่อจวิ้นจู่จะมีวาจาคมกริบเช่นนี้
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกก