ล่าวออกมา เขาทำได้เพียงนิ่งอึ้งไม่อาจเอื้อนเอ่ยอันใดต่อได้
ยิ่งไปกว่านั้นจั่วชิวอวี้กำลังจ้องหน้าเขาจนตาแทบจะหลุดจากเบ้าแล้ว
หากเขายังกล้าเสียมารยาทต่อไป เกรงว่าตนเองจะต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างแน่นอนแล้ว
“ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ ผู้อาวุโสฉางเพียงแค่เลอะเลือนไปบ้างเท่านั้น หวังว่าจวิ้นจู่จะให้อภัยเขาด้วย”
ท่ามกลางบรรยากาศชวนอึดอัด ตวนมู่หยางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
ทว่าคราวนี้ตาเฒ่าทั้งสองต้องยอมเอ่ยวาจามีมารยาทกับนางแล้ว
นางกล่าวอย่างชัดเจนแล้วว่า หากยังไร้มารยาท เช่นนั้นพวกเขาคงตกอยู่ในฐานะกบฏ
พวกเขามิได้โง่เขลา ในเมื่อสตรีตรงหน้ากล้าเอ่ยเช่นนี้แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่คิดต่อกรกับนางต่อไป
“ฮึ เช่นนั้นหรือ? แต่วันนี้ข้าต้องการคำตอบว่าตกลงท่านผู้อาวุโสสูงสุดมอบของสิ่งนั้นให้ท่านแม่จริงหรือท่านแม่เพียงแค่โกหกพกลมเท่านั้น!”
คราวนี้หลินเมิ้งหยาไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกต่อไป
เฉียนอวี้หมิงไม่ควรพูดจาให้ร้ายจ่างกงจู่ หลินเมิ้งหยายังคงเค้นถามเอาความจนถึงที่สุด
“คือ…เรื่องนั้น…พวกเรามิได้เห็นกับตาตัวเองพ่ะย่ะค่ะ”
ไม่รู้ว่าตวนมู่หยางถูกหญิงสาวร่างเล็กไล่ต้อนจนทำอะไรไม่ถูกตั้งแต่เมื่อไร
แต่เพราะด้านหลังของนา