คยเห็นนางในหอป๋ายเฉาอยู่หลายครั้ง
ฉลาดเฉลียว มีจิตใจโอบอ้อมอารี เพียงได้เห็นรอยยิ้มของจ่างจู่ พวกชายหนุ่มต่างอึ้งงันทำอะไรไม่ถูก
นางทำให้หอป๋ายเฉาที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้มีชีวิตชีวา
ทว่าตอนนี้เวลาผ่านล่วงเลยไปราวยี่สิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้เขาเองก็เข้าสู่วัยชรา
คิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะได้เห็นใบหน้างดงามเช่นนี้อีกครั้ง
“นี่…เกรงว่าจะเป็นอันเล่อจวิ้นจู่ใช่หรือไม่? แต่ก่อนข้าและมารดาของเจ้าเองก็ได้พบหน้ากันอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ได้มาเจอกันอีกครั้ง นับว่าพวกเรามีวาสนาต่อกันแล้ว”
แสดงสีหน้าอ่อนโยน ผู้อาวุโสฉางในเวลานี้มิต่างอันใดจากผู้ใหญ่ที่มีเมตตา
หลินเมิ้งหยามิได้ถือตัว นางโค้งคำนับเขาหนึ่งหน ท่าทางน่ารักนอบน้อมไม่เหมือนเด็กสาวที่ปะทะคารมกับจูฉีหยุนในวันนั้นเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
“เจ้าค่ะ นับตั้งแต่วันที่ผู้น้อยมาถึงที่นี่ ผู้น้อยได้รับการดูแลจากพวกท่านผู้อาวุโสเป็นอย่างดี ผู้น้อยได้ยินเรื่องเล่าของท่านแม่มาบ้าง น่าเสียดายเหลือเกินที่นางด่วนจากไปก่อน”
ฉางเทียนหัวนับเป็นผู้มีพระคุณต่อนาง ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อเห็นแก่หน้ามารดา ดังนั้นนางจึงเอ่ยกับเขาด้วยความนอบน้อม
เมื่อเห็นทัศนคติของนาง ฉางเทียนหัวรู้สึกว่านางมิใช่คนอื่น