“เรื่องของสกุลจูจบเพียงเท่านี้หรือ?”
เวลากินข้าวย่อมไม่เหมาะต่อการคุยธุระ หลังจากกินข้าวเสร็จ จั่วชิวอวี้จึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา
“อืม หยุดเพียงเท่านี้ไปก่อน ตอนนี้สกุลจูไม่เหลืออะไรอีกต่อไปแล้ว แม้แต่ศพก็ถูกเผาจนหมดสิ้น ดูเหมือนจะทำได้เพียงเท่านี้”
นางไม่อาจยับยั้งข่าวลือที่ตนถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรได้
ยิ่งไปกว่านั้นแม้ท่านเจ้าเมืองจะมายังจวนไท่จื่อ แต่เขาก็ไร้หลักฐาน
อีกทั้งหลินเมิ้งหยายังส่งคนไปปล่อยข่าวที่แตกต่างออกไปอีกด้วย
หากเทียบความสามารถในการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นแล้ว คิดหรือว่าพวกเจ้าเมืองจะเป็นคู่ปรับของหลินเมิ้งหยาและจั่วชิวอวี้?
“จริงสิ พรุ่งนี้เจ้าจะต้องไปรายงานตัวที่หอป๋ายเฉามิใช่หรือ? เจ้าต้องไปอยู่ที่นั่นกี่วัน? ข้ากับหลงเทียนอวี้ตามไปด้วยได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาหันไปถามจั่วชิวอวี้
อีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าขมขื่น ราวกับคนกำลังทุกข์ใจอย่างไรอย่างนั้น
“คาดว่าต้องอยู่ที่นั่นราวครึ่งเดือน แต่เรื่องนี้น่าแปลกยิ่งนัก เมื่อก่อนพวกเขาไม่ยินยอมให้คนนอกเข้าไปที่นั่นก่อนการแข่งขัน แต่คราวนี้กลับเชิญเจ้ากับหลงเทียนอวี้เข้าไปเป็นก กรณีพิเศษ นี่อย่างไรเล่า บัตรเชิญของพวกเจ้า”
จั่วชิวอวี้หยิบบัตรเชิญสองใบอ