ท่านเจ้าเมืองคนนี้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน
เขารู้ดีว่าการมาของตนเองในคราวนี้เป็นเรื่องมิบังควร ดังนั้นเขาจึงแสดงท่าทางเคารพนบนอบเพื่อมิให้ใครหาข้อบกพร่องของเขาได้
แม้หลินเมิ้งหยาจะปฏิเสธเขา แต่เขากลับไม่โมโห
ยิ้มเกรงใจ ก่อนจะกลับไปยังที่นั่งของตนเอง
การที่สามารถครอบครองตำแหน่งท่ามกลางฝ่ายของคนรุ่นใหม่และคนหัวโบราณได้นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก
“พระชายารับสั่งถูกต้องแล้ว แต่แม้พระองค์จะมิใช่จวิ้นจู่ ทว่าพระองค์ยังเป็นแขกบ้านแขกเมือง ข้าน้อยหวังว่าพระชายาจะให้ความร่วมมือกับข้าน้อยในการตรวจสอบเรื่องบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
ในที่สุดก็เข้าเรื่องสำคัญเสียที เหตุเพราะท่านเจ้าเมืองยอมถอยให้ครึ่งหนึ่งแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงไม่คิดสร้างความลำบากใจให้เขาอีก
“เชิญใต้เท้าบอกมาเถิด”
หลินเมิ้งหยานั่งลงข้างกายจั่วชิวอวี้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ไม่ทราบว่าพระชายายังจำใต้เท้าจู…จูฉีหยุนได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ผงกศีรษะลง หลินเมิ้งหยาย่อมจำได้ ยิ่งไปกว่านั้นจูฉีหยุนยังถูกขังอยู่ในโรงเก็บฟืนด้านหลังจวนแห่งนี้
“เรื่องเป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ วันนี้ช่วงเช้ามีคนเข้ามารายงานว่าพบศพหลังจวนสกุลจู ข้าน้อยจึงรีบพาคนไปดู ไม่รู้ว่าคนสกุลจูไปทำผิดต่อใครเข้า